
เอเย่นต์ ‘เบียร์ช้าง’ ประกาศขึ้นราคา 28 มี.ค. ‘สิงห์’ ขาดตลาด โชห่วย-นักดื่มแห่ตุน
เจ็กอั๊ก! เบียร์ช้าง ประกาศขึ้นราคา 28 มี.ค. สิงห์ ของขาดตลาด ส่งสัญญาณร้านโชห่วยรีบตุนด่วน ขณะที่ น้ำตาลทราย-น้ำมันปาล์ม-น้ำดื่ม พาเหรดขึ้นราคายกแผง ผวาหลังน้ำมันพุ่ง 6 บาทดันราคาปรับขึ้นอีกระลอกใหญ่
KEY
POINTS
- เบียร์ช้างประกาศปรับขึ้นราคาทุกขนาด ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคมเป็นต้นไป
- เบียร์สิงห์และลีโอยังไม่ปรับราคา แต่ตัวแทนจำหน่ายมีการจำกัดจำนวนการซื้อ ทำให้สินค้าเริ่มขาดตลาด
- สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ร้านค้าโชห่วยและผู้บริโภคเริ่มหาซื้อเบียร์เพื่อกักตุน
- สาเหตุหลักของการปรับราคาสินค้ามาจากต้นทุนค่าขนส่งและวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
แรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำลังส่งผ่านมายังต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะค่าขนส่งและวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ผู้ค้าปลีกและเอเยนต์ทยอยปรับราคาสินค้าหลายรายการ พร้อมเริ่มจำกัดปริมาณการขาย สะท้อนสัญญาณต้นทุนที่พุ่งและแนวโน้มสินค้าจ่อปรับขึ้นอีกระลอก
แหล่งข่าวร้านค้าปลีกรายใหญ่ ในตลาดมีนบุรี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับแจ้งจากเอเยนต์และร้านยี่ปั๊วหลายแห่งว่า มีการปรับราคาสินค้าขึ้นหลายชนิด ซึ่งหากร้านค้าต้องการสั่งซื้อสินค้าใดก็ตาม ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อสอบถามราคาก่อน
โดยพบว่า มีสินค้าที่ปรับขึ้นราคาไปแล้วได้แก่ ถุงพลาสติก ปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 18 บาทต่อกิโลกรัม และขอให้สั่งซื้อล่วงหน้า เพราะในเดือนเมษายนสินค้าจะขาดแคลนเพราะไม่มีวัตถุดิบในการผลิต ทำให้สินค้าอาจมีการปรับราคาขึ้นอีกครั้ง
น้ำดื่ม ปรับขึ้นราคาจากเดิม ขนาด 1,500 มล. ราคาขายส่ง 22.50 บาท/แพ็ค ราคาขายปลีก 28 บาท/แพ็ค ปัจจุบันปรับราคาขึ้นเป็น 25 บาท/แพ็ค (เมื่อสั่งซื้อ 50 แพ็คขึ้นไป) ทำให้ราคาขายปลีกต้องปรับขึ้นเป็น 30 บาท/แพ็ค
น้ำตาลทราย ปรับขึ้นราคา 10-20 บาท/กระสอบ (25 กก.) ทำให้ราคาขายต้องปรับขึ้น 1 บาท/กก. ขณะที่น้ำมันปาล์ม ปรับขึ้นราคา 3-5 บาทต่อขวด นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทธัญพืช ถั่วลิสง ฯลฯ พบว่ามีการปรับราคาขึ้นเฉลี่ย 2-3 บาท/ซอง ทำให้ร้านต้องปรับราคาสินค้าขึ้น 5 บาท/ซอง
เบียร์ช้าง เอเย่นต์ (ตัวแทนจำหน่าย) ได้แจ้งว่า เบียร์ช้างทุกขนาด จะปรับราคา เริ่มวันที่ 28/3/69 ซึ่งราคาใหม่ยังไม่ได้รับแจ้ง พร้อมระบุว่า ลูกค้าท่านใดจะสั่งรบกวนสั่งก่อนวันที่ 25 เพราะบริษัทอาจไม่มีของให้ ซึ่งปัจจุบันเบียร์ช้างขวดใหญ่ (ขนาด 620 มล.) ขายส่งในราคา 633 บาท/ลัง (12 ขวด) ขายปลีก 55 บาท/ขวด หากปรับขึ้นราคาเป็น 650-660 บาท/ลัง ราคาขายปลีกก็จะปรับขึ้นเป็น 58-60 บาท/ขวด
ขณะที่ “เบียร์สิงห์และลีโอ” ขณะนี้ยังไม่มีการปรับราคาขึ้นแต่อย่างใด แต่พบว่า เอเยนต์มีการจำกัดการซื้อ โดยให้เหตุผลว่า สินค้ามีจำนวนจำกัด เพื่อให้กระจายสินค้าได้ทั่วถึงกับร้านโชห่วยต่างๆ โดยพบว่า เมื่อสั่งซื้อไป เบียร์สิงห์และลีโอขวดใหญ่ไป 10 ลัง (12 ขวด) จะได้รับสินค้าเพียง 5 ลัง (12 ขวด) เท่านั้น ถือเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เพราะการสั่งซื้อในรอบใหม่ อาจจะมีการปรับราคาขึ้นก็เป็นได้
ขณะเดียวกันจะเห็นว่า มีสินค้าที่ยังไม่ปรับราคาขึ้น อาทิ น้ำอัดลม แต่มีการจำกัดการสั่งซื้อ โดยทีมขายระบุว่า ยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในขณะนี้ แต่หากมีการปรับขึ้นจะแจ้งล่วงหน้า เครื่องดื่มชูกำลัง เครื่องปรุงรส (ซอส น้ำปลา) กาแฟกระป๋อง รวมไปถึงผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน เป็นต้น
“แนวทางหนึ่งในการแก้ปัญหาสินค้าขึ้นราคาหรือขาดตลาด คือ หันไปซื้อในห้าง เช่น แม็คโคร เพราะสินค้าจะราคาถูกกว่า ไม่มีการปรับขึ้น และบางครั้งมีการจัดโปรโมชั่น ทำให้ได้ราคาดีกว่า เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะราคาต่ำกว่าซื้อจากยี่ปั๊ว ทำให้สามารถบริหารต้นทุน และไม่ต้องปรับราคาขึ้นได้ เพราะร้านเองก็ไม่อยากปรับราคาขึ้น เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าก็ซื้อสินค้าลดลง จากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอยู่แล้ว”
อย่างไรก็ดี หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 6 บาทในทุกชนิดนั้น เชื่อว่าจะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน เพราะค่าขนส่งก็จะสูงขึ้น และเป็นภาระของประชาชนที่ต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทำให้เชื่อว่า ราคาสินค้าจะปรับขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากนี้ก็ต้องรอดูยี่ปั๊ว หรือเอเยนต์ต่อไป






