
น้ำมันปาล์มทะลุ 50 บาท/ขวด โชห่วยบ่นอุบ หวั่นขยับอีกรอบต้น เม.ย.
ราคาน้ำมันปาล์มปรับขึ้นเฉลี่ย 7-8 บาทต่อขวด ดันราคาขายปลีกแตะ 50-51 บาท ขณะที่น้ำดื่มแบรนด์ท้องถิ่นเริ่มขยับตามต้นทุนบรรจุภัณฑ์และขนส่งที่สูงขึ้น ผู้ค้าปลีกชี้สินค้าบางกลุ่มเริ่มจำกัดปริมาณ
KEY
POINTS
- ราคาน้ำมันปาล์มขายปลีกปรับขึ้นเป็นขวดละ 50-51 บาท หลังผู้ผลิตขึ้นราคาขายส่งเฉลี่ย 7-8 บาท
- สาเหตุหลักมาจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น รวมถึงการนำผลผลิตปาล์มไปใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง
- ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกคาดว่าราคาน้ำมันปาล์มอาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในการสั่งซื้อรอบใหม่ช่วงต้นเดือนเมษายน
- ผู้ผลิตจำกัดปริมาณการซื้อ และไม่มีการจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายเหมือนปีก่อนๆ
แรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น เริ่มส่งผลต่อราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะน้ำมันปาล์มและน้ำดื่มที่ทยอยปรับราคาในตลาดค้าส่งและค้าปลีก ขณะเดียวกันผู้ประกอบการ SME เริ่มเผชิญปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์มากขึ้น
นายสมชาย พรรัตนเจริญ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมค้าส่ง-ปลีกไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หลังจากที่ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มยุติการขายในช่วงสัปดาห์ก่อน ล่าสุดพบว่า ได้มีการปรับราคาขายส่งน้ำมันปาล์มทั้งน้ำมันปาล์มแบบขวดและแบบถุง เฉลี่ย 7-8 บาท
ส่งผลให้น้ำมันปาล์ม ขนาด 1 ลิตร ปรับราคาจาก 41 บาท/ขวด เป็น 48-49 บาท/ขวด และร้านโชห่วยหรือร้านขายของชำที่นำไปขาย ต้องบวกราคาเพิ่มอีก 2 บาท/ขวด ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มปรับขึ้นราคาขายปลีกเป็น 50-51 บาท/ขวด รวมทั้งยังจำกัดปริมาณการซื้อด้วย
“รอบก่อนที่สั่งซื้อไป โรงงานระบุว่า ยังไม่เปิดการขาย แต่พอรอบนี้มีสินค้าออกมา ราคาก็สูงขึ้นเฉลี่ย 7-8 บาท/ลิตร ทั้งแบบถุงและแบบขวด แถมสินค้ายังมีจำกัด เราแบ่งซื้อมาได้แค่ 300 ลังทั้งแบบถุงและแบบขวด ไซส์ใหญ่และไซส์เล็ก ซึ่งหากขายหมดก็คงหมดเท่านี้ โดยไม่มีการจำกัดการซื้อแต่อย่างใด
แต่คาดว่าการสั่งซื้อรอบใหม่จากโรงงานราคาจะสูงขึ้นอย่างแน่นอน ส่วนสินค้าจะเข้าหรือมีขายเมื่อไร ต้องขึ้นอยู่กับเซลล์ของโรงงานที่จะแจ้งล่วงหน้าเข้ามา ซึ่งอาจจะเป็นต้นเดือนเมษายน”
นอกจากนี้ยังพบว่า ปกติในช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม จะเป็นช่วงที่ผลผลิตปาล์มมีปริมาณมาก ราคาจะต่ำโรงงานจะมีการจัดโปรโมชันเพื่อส่งเสริมให้ร้านค้าสั่งซื้อในปริมาณมาก เช่น สั่ง 100 ลังแถม 5 ลัง, สั่ง 100 ลังแถม 8 ลัง และเคยมีสูงสุดคือสั่ง 100 ลังแถม 10 ลัง แต่ในปีนี้ไม่มีโปรโมชันใดๆ เลย หลังจากที่ตลาดเริ่มมีดีมานด์มาก และมีแนวโน้มจะปรับราคาขึ้นหลังจากที่ผลผลิตปาล์มน้ำมัน ถูกนำไปใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง
นายสมชาย กล่าวอีกว่า นอกจากน้ำมันปาล์มที่ปรับขึ้นราคา น้ำดื่มก็ปรับขึ้นราคาเช่นกัน โดยพบว่าน้ำดื่มขนาด 500 CC. ซึ่งเป็นแบรนด์ท้องถิ่น ปรับราคาขายส่งขึ้น 5 บาท/แพ็ค (6 ขวด) จากเดิมราคา 20-25 บาท/แพ็ค เป็น 25-30 บาท/แพ็ค สาเหตุหลักมาจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นจากการขาดแคลนเม็ดพลาสติก และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ขณะที่น้ำดื่มหรือน้ำอัดลม แบรนด์ยอดนิยมจากผู้ประกอบการรายใหญ่ ยังคงราคาเดิม เนื่องจากมีสายป่านที่ยาวและยังรองรับต้นทุนที่สูงขึ้นได้
ขณะที่ผู้ประกอบการท้องถิ่น กลุ่ม SME จะได้รับผลกระทบมากกว่า รวมไปถึงแบรนด์ “น้ำปลา” จากผู้ประกอบการ SME ที่ขายในท้องถิ่น ก็พบว่า กำลังประสบปัญหาขาดแคลนขวด ไม่มีเงินทุนและพื้นที่ที่จะสั่งซื้อและจัดเก็บขวดได้ในปริมาณมากๆ ทำให้สินค้าที่วางขายจะมีถึงแค่เดือนเมษายนนี้เท่านั้น
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา นายสมชาย ย้ำว่า รัฐควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด ไม่จำเป็นต้องบิดเบือนราคาน้ำมัน พร้อมสร้างความตระหนักถึงปัญหาที่กำลังเผชิญ และเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมกันประหยัด ลดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย ลดการบริโภคที่ไม่จำเป็น เตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“เชื่อว่ายังมีสินค้าที่จะปรับราคาขึ้นอีกหลายตัว ซึ่งภาครัฐต้องลงมาดู และประชาชนเองต้องทำความเข้าใจ ประหยัดได้ก็ต้องรีบประหยัด เพราะไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรอีก”






