
13 มีนาคม “วันช้างไทย” สัตว์คู่บ้านคู่เมือง สัตว์ประจำชาติไทย
13 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันช้างไทย” สัตว์ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาอย่างยาวนาน สัตว์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นสัตว์ประจำชาติไทย
KEY
POINTS
- วันที่ 13 มีนาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น "วันช้างไทย" เพื่อให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญและร่วมกันอนุรักษ์ช้าง ซึ่งเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและสัญลักษณ์ของชาติ
- ช้างมีความผูกพันกับประวัติศาสตร์ไทยอย่างยาวนาน โดยเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ เป็นพาหนะในการทำศึกสงคราม และเป็นแรงงานสำคัญในอดีต
- กิจกรรมในวันช้างไทยมุ่งเน้นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า และส่งเสริมการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
“ช้าง” ถือเป็นสัตว์ที่ผูกพันกับวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ของชาติไทยมาอย่างยาวนาน เป็นสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจในอดีต เป็นพาหนะในการศึก และเป็นแรงงานสำคัญของสังคมไทยมาแต่โบราณ ช้าง เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย และ ถือเป็นสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย เพื่อรำลึกถึงคุณูปการของสัตว์คู่บ้านคู่เมืองชนิดนี้ วันที่ 13 มีนาคม ของทุกปีจึงถูกกำหนดให้เป็น “วันช้างไทย”
ประวัติและที่มาของวันช้างไทย
วันช้างไทย เกิดจากการริเริ่มของคณะอนุกรรมการประสานงานการอนุรักษ์ช้างไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงาน องค์การภาครัฐและเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับการอนุรักษ์ช้างไทยคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากเล็งเห็นว่าหากมีการสถาปนาวันช้างไทยขึ้น ก็จะช่วยให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น
คณะอนุกรรมการฯ จึงได้พิจารณาหาวันที่เหมาะสม ซึ่งครั้งแรกได้พิจารณาเอาวันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทำยุทธหัตถี มีชัยชนะเหนือพระมหาอุปราชา แต่วันดังกล่าวถูกใช้เป็นวันกองทัพไทยไปแล้ว จึงได้พิจารณาวันอื่น และเห็นว่าวันที่ 13 มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติ มีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยนั้นมีความเหมาะสม
จึงได้นำเสนอมติตามลำดับขั้นเข้าสู่คณะรัฐมนตรี โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ 26 พฤษภาคม 2541 เห็นชอบให้ วันที่ 13 มีนาคม เป็นวันช้างไทย และได้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2541
ผลจากการที่ประเทศไทยมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือ สัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์
ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรช้างป่าประมาณ 4,013 – 4,422 ตัว อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่าและการขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสถิติระหว่างปี 2563 ถึง 2566 พบเหตุการณ์ความขัดแย้งกว่า 3,800 ครั้ง นำไปสู่ความสูญเสียทั้งต่อพืชผล ทรัพย์สิน รวมถึงการบาดเจ็บและเสียชีวิตของทั้งคนและช้าง
สำหรับกิจกรรมในวันช้างไทย 2569 สมาคมนิเวศยั่งยืน ร่วมกับ มูลนิธิช้างแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย จัดงาน “วันช้างไทย 2569” ภายใต้หัวข้อ “การอนุรักษ์และการอยู่ร่วมกัน: ความหวังสู่วิถีที่ยั่งยืนท่ามกลางโลกที่เปลี่ยนแปลง” ในวันที่ 13-14 มีนาคมนี้ เพื่อระดมสมองหาทางออกวิกฤตความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า
โดยไฮไลท์สำคัญของงาน มุ่งเน้นการพัฒนากลยุทธ์เพื่อการอยู่ร่วมกัน โดยมีการเสวนาด้านมาตรฐานควาญช้าง การประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาพื้นบ้าน และการแก้ปัญหาช้างป่าผ่านมิติทางกฎหมายและพลังชุมชน โดยเปิดเวทีแลกเปลี่ยนบทเรียนจากตัวแทนชุมชนใน 6 กลุ่มป่าทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอผลลัพธ์โครงการ 3 ปีด้านการจัดการความขัดแย้งระหว่างคนกับช้าง (HEC) และการแข่งขัน Hackathon เพื่อระดมไอเดียนวัตกรรมจากเยาวชนในการแก้ปัญหาคน ช้าง ป่า อย่างยั่งยืน
ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จัดงานวันช้างไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 ในวันนี้ (13 มีนาคม 2569) ณ อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี โดยภายในงานมีกิจกรรม พิธีทำบุญ อุทิศส่วนกุศลให้ราษฎรและช้างป่าที่เสียชีวิต พิธีมอบรางวัล แก่เยาวชนผู้ชนะการประกวดภาพวาดวันช้างไทย มอบถุงยังชีพ แก่เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็วฯ และมอบเงินเยียวยา นิทรรศการ เนื่องในวันช้างไทย และกิจกรรมให้อาหารช้างบ้าน พิธีปล่อยแถว เจ้าหน้าที่ชุดเคลื่อนที่เร็ว ผลักดันช้างป่าและแก้ไขปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่
ที่มา : มูลนิธิสืบนาคะเสถียร










