thansettakij
เปิด 3 ลำดับชั้น "ช้างไทย" มรดกศักดิ์สิทธิ์ที่โลกต้องตะลึง

เปิด 3 ลำดับชั้น "ช้างไทย" มรดกศักดิ์สิทธิ์ที่โลกต้องตะลึง

31 ม.ค. 2569 | 04:00 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ม.ค. 2569 | 04:00 น.

ไขปริศนา 3 ลำดับชั้นช้างไทยจากขุนพลคู่ใจในสนามรบ สู่สัญลักษณ์มงคลที่ประทับอยู่บนธงชาติสยาม พร้อมเผยความลับ ทำไมช้างเผือกถึงไม่ต้องมีสีขาว

KEY

POINTS

  • สังคมไทยมีการจัดลำดับชั้นช้างออกเป็น 3 ระดับหลัก ได้แก่ ช้างป่า, ช้างบ้าน (ช้างที่ถูกฝึกเพื่อใช้งาน) และช้างหลวงหรือช้างต้น (ช้างคู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์)
  • ช้างหลวงคือช้างที่มีลักษณะมงคลตามตำราคชลักษณ์ ได้รับการขึ้นระวางและพระราชทานบรรดาศักดิ์เพื่อใช้ในพระราชพิธีสำคัญและเสริมพระเกียรติยศของสถาบันกษัตริย์
  • "ช้างเผือก" ไม่จำเป็นต้องมีผิวสีขาว แต่คือช้างที่มีลักษณะมงคลเฉพาะส่วน (คชลักษณ์) เช่น เล็บ ขน หาง และตา ถูกต้องตามตำราโบราณ ถือเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของแผ่นดิน
  • ในอดีต รูปช้างเผือกเคยปรากฏบนธงชาติไทย (พ.ศ. 2398 - 2459) เพื่อเป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงความเป็นเอกราชและอธิปไตยของชาติสยาม

ในหน้าประวัติศาสตร์ไทย "ช้าง" คือสัญลักษณ์แห่งพละกำลังและบารมีที่อยู่คู่แผ่นดินมาทุกยุคสมัย แต่เชื่อไหมว่าภายใต้ร่างยักษ์ที่ดูน่าเกรงขามนี้ สังคมไทยได้ให้เกียรติและจัดลำดับชั้นของช้างไว้อย่างเป็นระบบ โดยแบ่งตามบทบาทหน้าที่ตั้งแต่ระดับจิตวิญญาณแห่งผืนป่า ไปจนถึงช้างผู้มีบรรดาศักดิ์ในรั้วในวัง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างนั้นลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าการเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงหรือพาหนะทั่วไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ

เริ่มต้นจากลำดับชั้นที่เปรียบเสมือนฐานรากคือ "ช้างป่า" ซึ่งในทางนิเวศวิทยาพวกเขาคือผู้สร้างสมดุลให้กับธรรมชาติอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แต่ในแง่วัฒนธรรมไทย ช้างป่าคือแหล่งกำเนิดของสรรพวิชาคชศาสตร์ เมื่อช้างเหล่านี้ถูกนำมาฝึกฝนจนเชื่องและใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์จะถูกเรียกว่า "ช้างบ้าน" ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งขุนพลคู่ใจในสนามรบและแรงงานสำคัญในการสร้างเมือง จนเกิดเป็นสายใยความผูกพันที่หลอมรวมคนกับสัตว์ให้เป็นหนึ่งเดียว

เมื่อขยับขึ้นสู่ลำดับชั้นสูงสุด เราจะพบกับ "ช้างหลวง" หรือที่เรียกกันติดปากว่า "ช้างต้น" ซึ่งหมายถึงช้างที่มีลักษณะมงคลตามตำราคชลักษณ์ และได้รับการขึ้นระวางพระราชทานนามให้มีบรรดาศักดิ์เป็นถึง "พระยา" โดยช้างกลุ่มนี้จะมีหน้าที่สำคัญในการเชิดชูพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ ในอดีตช้างหลวงยังมีภารกิจที่ชัดเจน ทั้งการเป็นช้างศึกในสนามรบ หรือการเป็นช้างมงคลที่ใช้ในพระราชพิธีสำคัญ เพื่อแสดงถึงบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ขององค์ศาสตรา

เปิด 3 ลำดับชั้น "ช้างไทย" มรดกศักดิ์สิทธิ์ที่โลกต้องตะลึง

ประเด็นที่น่าตื่นเต้นที่สุดและมักถูกเข้าใจผิดมาตลอดคือเรื่องของ "ช้างเผือก" ซึ่งหลายคนมักติดภาพว่าต้องมีตัวสีขาวราวกับหิมะ แต่ในความเป็นจริงตามตำราคาชคัดสรร การพิจารณาช้างเผือกนั้นไม่ได้ดูเพียงแค่สีผิว แต่ต้องพิจารณาจากคชลักษณ์หรือลักษณะมงคลเฉพาะส่วนอื่นๆ ด้วย เช่น เล็บ ขน หาง และนัยน์ตา ซึ่งต้องถูกต้องตามตำราทุกประการ ช้างที่พบได้ยากยิ่งเช่นนี้จึงถูกยกย่องว่าเป็นสัตว์มงคลชั้นสูงที่เทวดาประทานมาให้แก่แผ่นดินที่มีผู้มีบุญธรรมปกครอง

ความสำคัญของช้างมงคลนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในตำรา แต่ยังเคยถูกประกาศให้โลกได้รับรู้ผ่าน "ธงชาติไทย" ในอดีต โดยในช่วงปี พ.ศ. 2398 ถึง 2459 ประเทศไทยเราเคยใช้รูปช้างเผือกยืนเด่นบนพื้นแดงเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ เพื่อสื่อถึงความมีอิสรภาพและความเป็นเอกราชของสยามประเทศ การที่สัตว์ชนิดหนึ่งได้ไปปรากฏอยู่บนธงชาติ ย่อมยืนยันได้ดีว่าช้างคือหัวใจและจิตวิญญาณของคนในชาตินี้อย่างแท้จริง

เปิด 3 ลำดับชั้น "ช้างไทย" มรดกศักดิ์สิทธิ์ที่โลกต้องตะลึง

สุดท้ายนี้การได้รู้จักลำดับชั้นของช้างไทยทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่า ช้างไม่ใช่แค่ทรัพยากรธรรมชาติ แต่คือมรดกที่มีลมหายใจและทำหน้าที่เชื่อมโยงอดีตสู่ปัจจุบัน การดูแลและรักษาองค์ความรู้เรื่องช้างในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์สัตว์ป่า แต่เป็นการรักษาเกียรติยศและวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่โลกต้องยอมรับว่าหาดูได้ยากยิ่งจากที่ใดในโลก