

KEY
POINTS
ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีสมตะวันออก ว่า ผ่านมาเกือบ 3 ปีเต็ม สิ่งที่ประชาชนทำได้คือ ยืนมองสถานี และเดินทางฝ่ารถติดเหมือนเดิม
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ตั้งเป้าเปิดใช้ในปี 2571 แปลว่า ต้องรออีก 2 ปี รอมาแล้ว... ก็ต้อง “ทนรอต่อไป”
1. สร้างเสร็จแล้ว แต่ทำไมยังเปิดไม่ได้?
คำตอบไม่ซับซ้อน เพราะ รฟม.เลือกหาผู้เดินรถโดยการผูกช่วงตะวันออกเข้ากับช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร โดยการประมูลหาเอกชนให้ก่อสร้างช่วงตะวันตกและเดินรถทั้ง 2 ช่วง
แต่การประมูลดังกล่าวเกิดปัญหาซับซ้อน (ซึ่งผมเคยเขียนถึงแล้วหลายครั้ง) ผลคือ ช่วงตะวันออกงานโยธาสร้างเสร็จ 100% ช่วงตะวันตกเพิ่งคืบหน้า 22.3%
ทั้งที่ความจริงแล้ว หากแยกประมูลผู้เดินรถเฉพาะช่วงตะวันออก วันนี้ประชาชนคงได้นั่งรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกแล้ว
ระยะทาง 22.5 กิโลเมตร ยาวพอ และมีเส้นทางผ่านพื้นที่สำคัญหลายแห่ง คาดว่าจะมีผู้โดยสารแน่น เอกชนสนใจแน่นอน เพราะไม่ใช่โครงการที่เสี่ยงขาดทุน
แต่น่าเสียดาย… โอกาสนั้นถูกปล่อยให้ผ่านไป
2. เปิดช้า... ประเทศเสียหายปีละ 4.3 หมื่นล้าน
ประเด็นนี้ ไม่ได้เขียนเพื่อโทษใคร แต่อยากให้เป็นบทเรียนราคาแพง เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำกับโครงการอื่นในอนาคต
รฟม.ประเมินความเสียหายจากการเปิดรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกล่าช้า พบว่า ประเทศมีความเสียหายสูงถึง 4.3 หมื่นล้านบาทต่อปี จาก 3 ส่วนหลัก
1) ค่าดูแลโครงสร้างที่สร้างเสร็จแล้ว 495 ล้านบาท/ปี สถานียกระดับ 7 สถานี 103 ล้านบาท/ปี สถานีใต้ดิน 10 สถานี 392 ล้านบาท/ปี สร้างเสร็จแล้ว แต่ต้องจ่ายเงินดูแลโดยที่ประชาชนยังไม่ได้ใช้
2) ค่าเสียโอกาสจากค่าโดยสาร 1,764 ล้านบาท/ปี รายได้ที่ควรเกิด… แต่หายไปเพราะยังไม่เปิดใช้
3) ค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ 40,644 ล้านบาท/ปี จากการประหยัดเวลาการเดินทาง ลดค่าใช้จ่ายด้านยานพาหนะ และลดมลพิษ
เดิมที รถไฟฟ้าสายนี้ รฟม.มีแผนจะเปิดในเดือนมีนาคม 2567 แต่แผนใหม่คือ เร็วสุดปี 2571 ล่าช้าไป 4 ปี รวมความเสียหายกว่า 1.7 แสนล้านบาท
ผมไม่ขอถามว่า ใครต้องรับผิดชอบ แต่อยากให้ทุกฝ่ายจำตัวเลขนี้ให้ขึ้นใจ
3. รถไฟฟ้ากรุงเทพฯ “เราอยู่ตรงไหนของแผนแม่บท?”
ปัจจุบันรถไฟฟ้าที่เปิดใช้แล้ว 279.84 กิโลเมตร จากแผนแม่บททั้งหมด 553.41 กิโลเมตร คิดเป็น 50.6%
หากเปิดสายสีส้มตะวันออกได้ในปี 2571 ระยะทางจะเพิ่มเป็น 302.34 กิโลเมตร (54.6%)
หากเปิดสายสีส้มตะวันตกในเดือนกรกฎาคม 2573 เพิ่มเป็น 315.74 กิโลเมตร (57.1%)
และหากเปิดสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ในเดือนมีนาคม 2573 รวมเป็น 339.34 กิโลเมตร (61.3%)
ทั้งสายสีส้มตะวันตก และสายสีม่วงใต้จะเป็นรถไฟฟ้าที่ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ต่อจากสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ที่เปิดให้บริการไปแล้วในปี 2562
โครงข่ายกำลังจะสมบูรณ์ขึ้น แต่คำถามคือ… เราจะได้ใช้ “รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออกที่สร้างเสร็จแล้ว” ในปี 2571 จริงหรือไม่?
4. บทเรียนจากรถไฟฟ้าที่ประชาชนยังไม่ได้ใช้
รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค ไม่ใช่ขาดเงิน ไม่ใช่ขาดผู้โดยสาร แต่เป็นผลมาจากการตัดสินใจเชิงนโยบายและโครงสร้างการประมูล
การเปิดใช้ล่าช้า ไม่ได้แค่ทำให้ประชาชนเสียเวลา แต่ทำให้ประเทศเสียเงิน เสียโอกาส และเสียความเชื่อมั่น
ถ้าไม่เรียนรู้จากความผิดพลาดครั้งนี้ รถไฟฟ้าสายต่อไป… อาจไม่ได้ช้าแค่ “4 ปี”
หมายเหตุ: ข้อสงสัยดังกล่าวข้างต้น จึงเป็นข้อกังขาที่ผมและประชาชนทุกคนชอบที่จะต้องขอคำชี้แจงให้สิ้นสงสัยจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทั้งนี้ก็เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ด้วยเจตนาที่จะให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่ โดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ทั้งสิ้นเท่านั้นเอง