
บอร์ด ก.ค.ศ.อนุมัติเกณฑ์ประเมินรางวัลผลงานเชิงประจักษ์ครู
“นฤมล”เผยบอร์ด ก.ค.ศ. อนุมัติเกณฑ์ประเมินรางวัลผลงานเชิงประจักษ์ครู ตอบโจทย์นโยบายสร้างขวัญกำลังใจพัฒนาตนเอง-สร้างสรรค์ผลคุณภาพ ยกระดับการศึกษาไทย มีผล 16 พ.ค. 69
KEY
POINTS
- ก.ค.ศ. อนุมัติหลักเกณฑ์ใหม่ให้ครูที่ได้รับรางวัลผลงานเชิงประจักษ์ระดับชาติหรือนานาชาติ สามารถนำมาใช้ยื่นขอเลื่อนวิทยฐานะเชี่ยวชาญและเชี่ยวชาญพิเศษได้
- เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเกณฑ์ ว PA เดิม โดยเพิ่มทางเลือกในด้านที่ 3 (ด้านผลงานทางวิชาการ) ให้สามารถใช้รางวัลแทนการทำผลงานวิชาการรูปแบบอื่น
- ผู้ขอเลื่อนวิทยฐานะยังคงต้องผ่านการประเมินด้านอื่น ๆ ผ่านระบบ DPA ตามปกติ โดยเกณฑ์ใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2568 โดยมีคณะกรรมการ และ นายธนู ขวัญเดช เลขาธิการ ก.ค.ศ. ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุมัติหลักเกณฑ์ที่เปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ได้รับรางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ สามารถขอมีหรือเลื่อนเป็นวิทยฐานะเชี่ยวชาญและวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษได้ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญที่จะช่วยยกระดับวิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
โดยเปิดทางเลือกให้ครูผู้ที่มีความสามารถสร้างสรรค์ผลงานเป็นที่ประจักษ์ จนได้รับรางวัลระดับชาติหรือระดับนานาชาติ สามารถนำรางวัลดังกล่าวมาใช้ในการเสนอขอมีวิทยฐานะหรือเลื่อนวิทยฐานะ เชี่ยวชาญ และ เชี่ยวชาญพิเศษ
หลักเกณฑ์นี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะข้าราชการครู ว 9 - ว 12/2564 เดิม (ว PA) โดยยังคงใช้รูปแบบการประเมินผ่านระบบ DPA ในด้านที่ 1 ด้านทักษะการปฏิบัติงาน และด้านที่ 2 ด้านผลลัพธ์จากการปฏิบัติงาน
ทั้งนี้ ได้เพิ่มทางเลือกใหม่สำหรับด้านที่ 3 ด้านผลงานทางวิชาการ เพื่อให้ข้าราชการครูที่ได้รับรางวัลสูงสุดระดับชาติ หรือระดับนานาชาติตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด สามารถนำรางวัลนั้นมาเสนอเป็นผลงานในด้านที่ 3 ได้
“เพราะเราเห็นว่า ครูที่ปฏิบัติงานในหน้าที่ความรับผิดชอบจนมีผลงานโดดเด่น และได้รับการยอมรับในระดับสูงเช่นนี้ สะท้อนถึงความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพและคุณค่าเทียบเท่ากับการสร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการประเภทอื่น” ศ.ดร.นฤมล กล่าว
รมว.ศึกษาธิการ ชี้ว่า การแก้ไขหลักเกณฑ์ครั้งนี้ ไม่ได้ขัดต่อเจตนารมณ์เดิมของการประเมิน (ว PA) ที่ให้ความสำคัญกับผลการปฏิบัติงานจริง ที่ส่งผลต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน และการยกระดับคุณภาพการศึกษา เพียงแต่เพิ่มทางเลือกให้ครูผู้ที่มีผลงานดีเด่นระดับสูง โดยยังคงต้องจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน มีคุณสมบัติตามที่กำหนด และผ่านการประเมินผ่านระบบ DPA เช่นเดิม
แต่เป็นนโยบายหลัก ที่จะช่วยสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นการยกย่องครูผู้มีผลงานดีเด่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง พร้อมทั้งเป็นแรงจูงใจให้ครูทุกคนพัฒนาตนเอง และสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพเพื่อยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวหน้าต่อไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อเด็กและเยาวชนของชาติในระยะยาว
หลักเกณฑ์นี้จะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยสำนักงาน ก.ค.ศ. จะตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจ เพื่อพิจารณารางวัลจากผลงานเชิงประจักษ์ฯ พร้อมแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินฯ เพื่อจัดทำรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน และพัฒนาระบบ DPA ให้รองรับหลักเกณฑ์และวิธีการดังกล่าวต่อไป






