thansettakij
ศธ.ชู 3 เสาหลักยกเครื่องการศึกษาไทย ลดภาระครู-ทักษะอนาคต-AI

ศธ.ชู 3 เสาหลักยกเครื่องการศึกษาไทย ลดภาระครู-ทักษะอนาคต-AI

28 พ.ย. 2568 | 07:39 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ย. 2568 | 07:53 น.

รมว.ศธ.ปาฐกถาใหญ่เวที ISAT 2025 ยันการศึกษานานาชาติคือยุทธศาสตร์ชาติ เร่งปฏิรูปกฎระเบียบ ลดขั้นตอนออกใบอนุญาตเหลือ 30 วัน หนุนพัฒนาทักษะภาษา-ดิจิทัล-AI

KEY

POINTS

  • ลดภาระครูและสถานศึกษา ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและขั้นตอนการขอใบอนุญาตให้รวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น
  • มุ่งเน้นการพัฒนา “ทักษะแห่งอนาคต” ที่จำเป็นสำหรับคนรุ่นใหม่ เช่น ภาษา, ทักษะดิจิทัล และการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อให้พร้อมแข่งขันในระดับโลก
  • นำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ทันสมัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะบุคคลและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568  ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวปาฐกถาในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ของสมาคมโรงเรียนนานาชาติแห่งประเทศไทย (ISAT) ณ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก โดยย้ำว่าโรงเรียนสมาชิกทั้ง 204 แห่ง คือ “กำลังสำคัญ” ของระบบการศึกษาระดับประเทศ และเป็นฟันเฟืองหลักในการสร้างทุนมนุษย์คุณภาพให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการศึกษาระดับภูมิภาค

                          ศธ.ชู 3 เสาหลักยกเครื่องการศึกษาไทย ลดภาระครู-ทักษะอนาคต-AI

รมว.ศธ. กล่าวว่า ในยุคศตวรรษที่ 21 กระแสโลกาภิวัตน์ทำให้การศึกษา “ไร้พรมแดน” มากขึ้น ประเทศไทยมองว่า การศึกษานานาชาติไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเสาหลักของยุทธศาสตร์พัฒนาคน ช่วยยกระดับสมรรถนะพลเมืองสำหรับการแข่งขันเศรษฐกิจใหม่และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

นานาชาติเติบโต–หลักสูตรไทยลดลง

พร้อมกล่าวว่า ความนิยมในโรงเรียนนานาชาติยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่จำนวนนักเรียนในหลักสูตรทั่วไปของไทย มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากผู้ปกครองที่มีกำลังซื้อ ให้ความสำคัญกับหลักสูตรสากลที่ทันสมัย ตอบโจทย์การศึกษาต่อและตลาดงานต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายของไทยยัง “สมเหตุสมผล” เมื่อเทียบกับต่างประเทศ จึงดึงดูดนักเรียนต่างชาติเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

ชู 3 เสาหลักขับเคลื่อนการศึกษาไทย

รมว.ศธ. ขยายความถึงนโยบายการศึกษาใหม่ของรัฐบาล ซึ่งตั้งอยู่บน สามเสาหลักสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพ–ประสิทธิภาพของระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ ดังนี้

1. ลดภาระกฎระเบียบ และปรับระบบอนุญาตให้รวดเร็ว-โปร่งใส

-ปรับกฎระเบียบให้ทันสมัย เอื้อต่อการดำเนินงานของโรงเรียนนานาชาติ

-ตั้งเป้าออกใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนให้เสร็จ ภายใน 30 วัน

-ใบอนุญาตเริ่มต้นดำเนินกิจการภายใน 15 วัน

-เพิ่มมาตรการรับรองคุณภาพ และกำหนดกรอบหลักสูตรที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่น

-เสริมความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนและผู้ประกอบการในภาคการศึกษา

-นโยบายนี้มุ่งลดภาระเอกสาร–ขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ทำให้งานบริหารและงานครูเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

                       ศธ.ชู 3 เสาหลักยกเครื่องการศึกษาไทย ลดภาระครู-ทักษะอนาคต-AI

2. เน้น “ทักษะในอนาคต” สร้างคนให้พร้อมแข่งขันระดับโลก

รมว.ศธ. ย้ำว่า ทักษะอนาคตไม่ใช่ “ทางเลือก” แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ

ภาษา: ความคล่องตัวในภาษาสากล เช่น จีนและญี่ปุ่น

ทักษะดิจิทัล–ปัญญาประดิษฐ์ (AI): เพื่อให้ผู้เรียนเป็น “ผู้ใช้เทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรม”

การคิดเชิงวิพากษ์–การแก้ปัญหา–ทักษะสังคม: สำหรับการทำงานในโลกที่เปลี่ยนเร็ว

นโยบายนี้มุ่งสร้างบุคลากรที่คิดเป็น ทำเป็น ปรับตัวได้ และมีคุณธรรมควบคู่ไปด้วย

3. ใช้เทคโนโลยีและ AI สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้อัจฉริยะ ลดเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง

เป้าหมายคือการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้ทุกโรงเรียนเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน

ส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning)

ใช้ Big Data และ AI วิเคราะห์เส้นทางพัฒนาผู้เรียน

ลดช่องว่างคุณภาพการศึกษาระหว่าง “เมือง–ชนบท”

หนุนเรียนออนไลน์–เรียนดิจิทัล–ระบบเทียบโอนประสบการณ์–เทียบโอนหน่วยกิต

รมว.ศธ. ระบุว่า เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงเรื่องเครื่องมือ แต่คือการสร้าง “ระบบนิเวศการศึกษาใหม่” ที่เปิดโอกาสให้ทุกวัยเข้าถึงการเรียนรู้ได้จริง

มุ่งสร้างสังคมการเรียนรู้ทั่วประเทศ

รมว.ศธ. กล่าวว่า นโยบายทั้งหมดตั้งแต่การฝึกอาชีพจนถึงการศึกษาดิจิทัล ล้วนมุ่งสู่เป้าหมายเดียวคือ การสร้างประเทศไทยให้เป็นสังคมการเรียนรู้ที่ครอบคลุม เปิดโอกาสให้เกิดการศึกษาทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างต่อเนื่อง

                           ศธ.ชู 3 เสาหลักยกเครื่องการศึกษาไทย ลดภาระครู-ทักษะอนาคต-AI

ร่วมมือกับ ISAT คือพลังขับเคลื่อนสำคัญ

ปิดท้ายปาฐกถา รมว.ศธ. ยืนยันว่า นโยบายการศึกษาระหว่างประเทศสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลต่อการยกระดับคุณภาพ–ความเสมอภาคทางการศึกษา และจะเดินหน้าทำงานร่วมกับโรงเรียนนานาชาติทุกแห่ง

“เพื่อสร้างพลเมืองไทยรุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพ มีจริยธรรม และแข่งขันได้ในเวทีโลก”

ทั้งนี้ ความร่วมมือคือหัวใจของความก้าวหน้า กระทรวงศึกษาธิการพร้อมสานต่อการทำงานร่วมกับโรงเรียน ISAT ทั้ง 204 แห่ง เพื่อผลักดันคุณภาพการศึกษาไทยให้ก้าวสู่ระดับสากลในอนาคตอันใกล้