thansettakij
thansettakij
รู้จัก เทพคริปโตสายดาร์ก แอ็คมี่ วรวัฒน์  หลอกลงทุนเหรียญกว่าพันล้าน

รู้จัก เทพคริปโตสายดาร์ก แอ็คมี่ วรวัฒน์ หลอกลงทุนเหรียญกว่าพันล้าน

09 มี.ค. 2569 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 2569 | 11:08 น.

เปิดเบื้องหลัง "วรวัฒน์ นาคแนวดี" หรือ "แอ็คมี่" มหาเศรษฐีคริปโตฯ หมื่นล้าน สู่มหากาพย์โกงลงทุนเหรียญ WOWBiT-ACET เสียหายกว่า 1,386 ล้านบาท ทิ้งเหยื่อสู้คดีขณะเสวยสุขที่ดูไบ

เส้นทางชีวิตของ วรวัฒน์ นาคแนวดี กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในวงการการเงินไทย หลังถูกขุดคุ้ยพฤติการณ์การสร้างโปรไฟล์หรูเพื่อลวงนักลงทุนเข้าสู่กงล้อธุรกิจที่ถูกระบุว่าเป็น "โบรกเกอร์เถื่อน" และการระดมทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่มีใบอนุญาต

ฉากหน้า: "เทพคริปโตหมื่นล้าน" และศิลปินวงร็อกเพื่อนรักนักเทรด

วรวัฒน์ นาคแนวดี สร้างชื่อเสียงในฐานะ "วาฬบิตคอยน์" แถวหน้าของเมืองไทย โดยอ้างว่าเริ่มขุดเหรียญมาตั้งแต่ปี 2565 และถือครองบิตคอยน์มากกว่า 8,000 BTC มูลค่านับหมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีบทบาทเป็นนักร้องนำวง DoubleDeep เจ้าของฉายา "วงร็อกเพื่อนรักนักเทรด" ที่สร้างยอดวิวทะลุ 5 ล้านวิวภายในเวลาอันสั้น

นอกจากนี้เขายังดำรงตำแหน่ง CEO บริษัท บิทแนนซ์ จำกัด ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ฟินเทคและนวัตกรรมบล็อกเชน สอดรับกับกระแสคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) พร้อมภาพลักษณ์สามีของ ณัฐชา ชูมักเกอร์ ดาราสาวชื่อดัง และเดินสายสร้างภาพลักษณ์นักธุรกิจใจบุญผ่านกิจกรรม CSR เช่น การบริจาคเงินและโลหิตให้สภากาชาดไทย รวมถึงการใช้นำหน้าชื่อว่า "ดร." เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนรายย่อย

ฉากหลัง: "เจ้าพ่อโบรกเกอร์เถื่อน" และฉายา "ลิงดำ"

เบื้องหลังความมั่งคั่งถูกแฉว่าเกี่ยวพันกับการเป็นตัวแทนหลัก (IB) ของแพลตฟอร์มการซื้อขายที่มักประสบปัญหาในภายหลัง โดยเฉพาะโบรกเกอร์อย่าง 101FX และ 168FX ซึ่งถูกระบุในแอปพลิเคชันตรวจสอบระดับโลกอย่าง WikiFX ว่าเป็น "โบรกเกอร์เถื่อน" ที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ เมื่อนักลงทุนฝากเงินเข้าไปจำนวนมาก กลับพบปัญหาไม่สามารถถอนเงินได้และลงเอยด้วยการปิดแพลตฟอร์มหนี จนได้รับฉายาในวงการว่า "ลิงดำ"

รู้จัก เทพคริปโตสายดาร์ก แอ็คมี่ วรวัฒน์  หลอกลงทุนเหรียญกว่าพันล้าน

จุดแตกหัก: เหรียญ WOWBiT และ ACET เสียหาย 1,386 ล้านบาท

ล่าสุดวันที่ 9 มีนาคม 2569 แทนคุณ จิตต์อิสระ ได้นำกลุ่มผู้เสียหายกว่า 30 คน เดินทางเข้าแจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) หลังถูกชักชวนลงทุนในเหรียญ "WOWBiT" และ "ACET" ซึ่งอ้างผลตอบแทนสูงลิ่ว

พฤติการณ์ความเสียหายเริ่มชัดเจนเมื่อถึงกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 1 มีนาคม 2569 แต่นักลงทุนกลับไม่สามารถถอนเงินได้ โดยทางฝั่งวรวัฒน์อ้างเหตุผลว่า "ระบบถูกแฮก" หรือ "ติดข้อกฎหมายฟอกเงิน" ส่งผลให้มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งสูงถึง 1,386 ล้านบาท โดยพบเคสสะเทือนใจที่มีผู้เสียหายบางรายเสียชีวิตไปก่อนจะได้รับเงินคืน

เจาะขุมทรัพย์ติดลบ

จากการตรวจสอบข้อมูลจาก Creden Data พบข้อมูลที่สวนทางกับภาพลักษณ์มหาเศรษฐี โดยวรวัฒน์ นาคแนวดี มีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นในบริษัทที่มีสถานะการเงินน่าสนใจดังนี้:

บริษัท เกรท บีกินส์ จำกัด: จดทะเบียนปี 2564 ธุรกิจโฆษณา วรวัฒน์ถือหุ้น 90% (45,000 หุ้น) มูลค่าหุ้นติดลบ 4,512,331 บาท โดยปี 2565 มีรายได้ 7,141,814 บาท แต่ขาดทุน 8,934,257 บาท และมีหนี้สินรวมกว่า 5.8 ล้านบาท

รู้จัก เทพคริปโตสายดาร์ก แอ็คมี่ วรวัฒน์  หลอกลงทุนเหรียญกว่าพันล้าน นอกจากนี้  นายวรวัฒน์ นาคแนวดี  ยังเคยถือหุ้น  และเป็นกรรมการในบริษัท บิทแนนซ์ จำกัด: ธุรกิจให้เงินทุนนอกเหนือจากการกู้ยืม    โดยจากการตรวจสอบพบว่า รายได้และงบกำไร–ขาดทุนของบริษัท บิทแนนซ์ จำกัด พบว่า

  • ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 54,130 บาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายรวม 87,016,672 บาท ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิ 91,141,935 บาท
  • ปี 2565 มีรายได้รวม 11,965 บาท ค่าใช้จ่ายรวม 86,258,941 บาท ขาดทุนสุทธิ 89,671,973 บาท
  • ปี 2566 มีรายได้รวม 11,761 บาท ค่าใช้จ่ายรวม 107,132,954 บาท ขาดทุนสุทธิ 112,345,688 บาท
  • ปี 2567 มีรายได้รวม 1,573 บาท ค่าใช้จ่ายรวม 90,390,878 บาท ขาดทุนสุทธิ 94,607,373 บาท

ข้อมูลสะท้อนว่า บริษัทมีรายได้ในระดับต่ำมาก แต่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง ทำให้ขาดทุนต่อเนื่องทุกปีในช่วงปี 2564–2567

สถานะปัจจุบัน: เสวยสุขที่ดูไบพร้อมคำข่มขู่

มีรายงานว่าปัจจุบัน วรวัฒน์ นาคแนวดี ได้หลบหนีไปพำนักอยู่ที่เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยยังคงโพสต์ภาพการใช้ชีวิตหรูหราและถ่ายภาพคู่กับคนดังระดับโลก ขณะที่มีกระแสข่าวว่าเขาได้ส่งข้อความข่มขู่กลุ่มผู้เสียหายว่าการฟ้องร้องจะไม่มีทางชนะ เพราะเขามีทั้งเงินและเส้นสายมหาศาล