
ดาวโจนส์ปิดตลาดทุบสถิติสูงสุดใหม่ พุ่ง 328.764 จุด รับดีลสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวกกว่า 328 จุด รับข่าวสงครามสหรัฐอเมริกาและอิหร่านยุติ นักลงทุนจับตาท่าทีประธานเฟดคนใหม่ ขณะ Nasdaq ถูกแรงขายเทคโนโลยีกดดัน
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ โดยปรับตัวขึ้น 328.64 จุด
- ปัจจัยหลักมาจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม
- ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก ขณะที่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดในแดนลบ
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (16 มิ.ย.) และทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันวันที่สอง
โดยได้แรงหนุนจากการที่สหรัฐอเมริกาและอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงคราม
แต่ดัชนี Nasdaq และ S&P500 ปิดลบ เนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 51,999.67 จุด เพิ่มขึ้น 328.64 จุด หรือ +0.64%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,511.35 จุด ลดลง 42.94 จุด หรือ -0.57%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,376.34 จุด ลดลง 307.60 จุด หรือ -1.15%
สหรัฐ-อิหร่านทำ MOU ยุติสงคราม
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงครามแล้ว และช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดให้มีการเดินเรืออย่างสมบูรณ์ในวันศุกร์ที่ 19 มิ.ย.
สำหรับบันทึกความเข้าใจดังกล่าวได้รับการลงนามผ่านระบบดิจิทัลโดยทรัมป์, รองปธน.เจดี แวนซ์ และโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิ.ย. 69
ส่วนพิธีลงนามอย่างเป็นทางการมีกำหนดจะจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ทั้งนี้ ความคืบหน้าดังกล่าวได้ฉุดราคาน้ำมันร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ดิ่งลงกว่า 5% ในวันอังคาร
หุ้นการเงินแข็งแกร่ง
หุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยทะยานขึ้น 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้น 0.7% แต่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุด โดยร่วงลง 2.3% ขณะที่ดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ดิ่งลง 5.7%
นักวิเคราะห์จากบริษัท Janney Montgomery Scott ระบุว่า หลังจากดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 3% และดัชนี S&P500 พุ่งขึ้น 1.65% ในวันจันทร์ ดัชนีทั้งสองก็อ่อนแรงลงในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนหมุนเวียนการลงทุนออกจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีไปยังหุ้นกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจ ก่อนที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) จะประกาศผลการประชุมในวันพุธ
หุ้น SpaceX ปิดตลาดพุ่งขึ้น 4.8% แตะระดับ 201.80 ดอลลาร์ โดยปิดตลาดวันอังคาร มูลค่าตลาดของ SpaceX อยู่ในระดับสูงกว่า Amazon และแซงหน้ามูลค่าตลาดของบริษัท Microsoft ในช่วงสั้น ๆ ในการซื้อขายระหว่างวัน
LongRange เป็นบริษัทประเภทไพรเวทอิควิตี (Private equity) ซึ่งมีนโยบายระดมเงินจากนักลงทุนรายใหญ่เพื่อนำไปซื้อกิจการบริษัทต่าง ๆ และทำการปรับโครงสร้างองค์กร โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มมูลค่าของกิจการดังกล่าว ก่อนที่จะขายต่อเพื่อทำกำไรในอนาคต หรืออาจนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
นักลงทุนจับตาประชุมเฟด
นักลงทุนจับตาผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในวันพุธตามเวลาสหรัฐฯ วันที่ 17 มิ.ย. 69 และจับตาการแสดงความเห็นของเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ เกี่ยวกับมุมมองเรื่องเงินเฟ้อ อัตราว่างงาน และแนวโน้มเศรษฐกิจ ขณะที่นักลงทุนคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมครั้งนี้







