thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต.แจงปมหุ้น TRUE ‘สุภาพร’ ข้อมูลเท็จ เร่งเอาผิดแจ้งข้อมูลปลอม

ก.ล.ต.แจงปมหุ้น TRUE ‘สุภาพร’ ข้อมูลเท็จ เร่งเอาผิดแจ้งข้อมูลปลอม

09 ก.ค. 69 | 03:04 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ก.ค. 69 | 03:23 น.

ก.ล.ต.แจงยิบ ปมรายงานซื้อหุ้น TRUE ผิดปกติ พบข้อมูล ‘สุภาพร’ เท็จ ถอดออกระบบ 246-2 เร่งเอาผิดผู้แจ้งข้อมูลปลอม โทษหนักจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. ชี้แจงกรณี 'สุภาพร พิมพงษ์' แจ้งข้อมูลการถือครองหุ้น TRUE ผ่านแบบ 246-2 เป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งสร้างความสับสนในตลาดทุน
  • สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ดำเนินการตรวจสอบและนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องดังกล่าวออกจากระบบเผยแพร่แล้ว หลังพบข้อพิรุธและยืนยันว่าข้อมูลไม่เป็นความจริง
  • ก.ล.ต. กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีกับผู้แจ้งข้อมูลเท็จ ซึ่งอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

กรณีการแจ้งถือหุ้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TRUE) ผ่านแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ในสัดส่วนกว่า 7% ของ "สุภาพร พิมพงษ์" กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสับสนให้กับตลาดทุน หลังตรวจพบข้อพิรุธว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงกรณีความผิดปกติของการรายงาน โดยยืนยันว่าได้ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนและนำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกจากระบบแล้ว พร้อมเตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์จำนวน 7 รายการ ใน 6 หลักทรัพย์ โดยผู้รายงานได้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 2 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นการรายงานย้อนหลังไปถึงปี 2564 เมื่อ ก.ล.ต. พบความผิดปกติ จึงได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนดังนี้

  •  3 กรกฎาคม ขึ้นสถานะ "ข้อมูลเบื้องต้น" เพื่อแจ้งเตือนผู้ลงทุน
  • 7 กรกฎาคมเปลี่ยนสถานะเป็น "อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง" เนื่องจากพบข้อมูลไม่สอดคล้องกัน
  • 8 กรกฎาคม นำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเผยแพร่ หลังจากได้รับยืนยันจากบริษัทจดทะเบียนว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง

พบข้อมูลเท็จ 3 จุด ล้างข้อมูลเท็จพ้นระบบ 246-2

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเชิงลึกพบข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถือว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องใน 3 ประเด็นหลัก คือ

1. ไม่พบชื่อผู้รายงานเป็นผู้ถือหุ้นในวันปิดสมุดทะเบียน และไม่มีการรายงานการจำหน่ายออก

2. ประเภทหลักทรัพย์ที่รายงานไม่มีอยู่จริง ในช่วงเวลาที่ระบุ

และ 3. จำนวนหลักทรัพย์ที่อ้างว่าได้มาไม่ใช่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง เช่น การอ้างใช้สิทธิซื้อหุ้นจากใบสำคัญแสดงสิทธิในจำนวนที่ไปตรงกับรายการการใช้สิทธิหุ้นกู้แปลงสภาพของบุคคลอื่น

โดยก.ล.ต.ได้นำข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกจากระบบ 246-2 แล้ว

"ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญในตลาดทุน แต่ข้อมูลที่ถูกต้องสำคัญยิ่งกว่า ก.ล.ต. ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และขอให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดการกับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องได้ดำเนินการอย่างรัดกุมและโปร่งใส เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบั่นทอนความมั่นใจของกระบวนการในตลาดทุนไทย”

ยันระบบ 246-2 มีความปลอดภัยสูง

นางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ชี้แจงถึงความมั่นใจในระบบรายงาน 246-2 ว่า มีกระบวนการตรวจสอบตัวตนที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากล โดยผู้ที่จะเข้าใช้งานต้องลงทะเบียนด้วยข้อมูลส่วนบุคคลเชิงลึก ทั้งเลขบัตรประชาชน 13 หลัก วันเกิด และชื่อบิดามารดา

ซึ่งระบบจะสอบยันข้อมูลไปยังฐานข้อมูลของกรมการปกครอง หากข้อมูลไม่ตรงกันระบบจะปฏิเสธการลงทะเบียนทันที นอกจากนี้ ยังมีการใช้ระบบรหัสผ่านครั้งเดียว (OTP) ผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อยืนยันตัวตนอีกชั้นหนึ่ง

"ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายเป็นผู้บันทึกและรับรองความถูกต้องของข้อมูลด้วยตนเอง โดยทราบดีว่าข้อมูลจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ"

โทษหนักจำคุก 1 ปี ปรับ 1 แสนบาท ฐานแจ้งข้อมูลเท็จ

ในส่วนของการดำเนินคดีนั้น นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. ระบุว่า การยื่นเอกสารหลักฐานต่อ ก.ล.ต. ที่เป็นเท็จ หรือก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ อาจเข้าข่ายความผิดตาม มาตรา 312 แห่ง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ซึ่งมีระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

“ขณะนี้ ก.ล.ต. อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐานและให้บุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจง ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการเพื่อรักษาความเชื่อมั่นในตลาดทุน”