thansettakij
thansettakij
BBLAM ประเมิน SET สูงสุด 1,580 จุด แนะลดเสี่ยง-หมุนพอร์ต-กระจายลงทุน

BBLAM ประเมิน SET สูงสุด 1,580 จุด แนะลดเสี่ยง-หมุนพอร์ต-กระจายลงทุน

BBLAM ชี้ความขัดแย้งตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันยืนสูง กดดันเศรษฐกิจโลก-ไทย ส่อง SET ปี 69 แกว่งในกรอบ 1,280–1,580 จุด ฟันด์โฟลว์ยังมีสัญญาณไหลกลับ แนะปรับพอร์ตตามกลยุทธ์ “Triple R” ลดเสี่ยง หมุนลงทุนพลังงาน และกระจายสินทรัพย์รับความผันผวน

KEY

POINTS

  • บลจ.บัวหลวง (BBLAM) ประเมินดัชนี SET Index ปี 2569 มีแนวต้านสูงสุดที่ 1,580 จุด โดยมีปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ที่คาดว่าจะไหลกลับ แต่หากความขัดแย้งยืดเยื้ออาจมีแนวรับที่ 1,280 จุด
  • แนะนำกลยุทธ์การลงทุน "Triple R" เพื่อรับมือความผันผวนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเงินเฟ้อ
  • กลยุทธ์ "Triple R" ประกอบด้วย Reduce (ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยง), Rotate (หมุนลงทุนเข้ากลุ่มพลังงาน), และ Remain Diversified (กระจายความเสี่ยงในทองคำ น้ำมัน และดอลลาร์สหรัฐฯ)

นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ หน่วยงานกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดมุมมองต่อสถานการณ์การลงทุนในปี 2569 ว่า จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอลและอิหร่าน เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ยืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยสำคัญกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทำให้ GDP โลก รวมถึงประเทศไทยมีโอกาสถูกปรับลดลง

ทั้งนี้ ประเมินดัชนี SET Index ปี 2569 ไว้ที่แนวต้าน 1,550-1,580 จุด ซึ่งนับรวมการลงทุนในหุ้น DELTA และการไหลกลับเข้ามาของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่มองว่าจะเข้ามาช่วยดันตลาดหุ้นไทยได้เฉลี่ยราว 100 จุด

ขณะที่ EPS. (Earnings Per Share) ทั้งปี 2569 คาดอยู่ที่ระดับเฉลี่ย 91-93 บาทต่อหุ้น บนคาดการณ์ GDP ไทยอยู่ที่ระดับ 1.7-1.9% โดยตั้งอยู่บนบทสรุปความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่ยุติลงได้ภายในระยะเวลาไม่เกินเดือนพ.ค.-มิ.ย. นี้

ขณะที่กรณีอย่างแย่ที่สุด คือ สงครามระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านยืดเยื้อเกิน 3-4 เดือนจากนี้ และมีแนวโน้มลุกลามบานปลายอย่างต่อเนื่อง อาจกดดันต่อเศรษฐกิจโลก เงินเฟ้อขยายตัว ทำให้ GDP ไทยอาจหดตัวลงต่ำกว่า 1% ได้ เป็นผลให้มองกรอบแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,280 จุด

สำหรับราคาน้ำมันนั้น มองว่าภาพทั้งปี 2569 เฉลี่ยอยู่ที่ราว 90-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจะยังไม่สามารถกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงเมื่อช่วงต้นปีนี้ที่ราว 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ เพราะคาดการณ์ว่ากว่าอุปทานน้ำมันจะกลับมาเหมือนเดิมต้องใช้เวลาในการซ่อม-สร้างคลังน้ำมันและแหล่งก๊าซไปอีกราว 1-2 ปี กว่าจะแล้วเสร็จและเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ หลังจากที่โดนถล่มไป

"จากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมา ส่งผลให้ยังมองว่าหุ้นกลุ่มพลังงานจะยังได้รับประโยชน์หลัก จากราคาพลังงานขาขึ้น และยังมีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มธนาคาร กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ และปิโตรเคมี"

สัญญาณฟันด์โฟลว์ไหลกลับ

ด้านกระแสเงินลงทุนต่างชาตินั้น แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ดัชนีร่วงลงตามทิศทางเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่ต้องยอมรับว่า SET Index ยังค่อนข้างแข็งแรง พยายามไล่ปรับตัวขึ้นกลับมายืนเหนือระดับ 1,450 จุด ได้

แม้ว่าในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ที่ผ่านมา เม็ดเงินต่างชาติมีสัญญาณการไหลกลับเข้ามา แต่ปัจจุบันยอดรวม 3 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างประเทศยังคงมีสถานะซื้อสุทธิอยู่ 22,247.11 ล้านบาท

"เรื่องฟันด์โฟลว์ไม่ค่อยน่าห่วง เพราะเท่าที่มีการพูดคุยกับพาร์ทเนอร์กองทุนต่างชาติ ในเวลานี้มีการวางคนเข้ามามอนิเตอร์ตลาดหุ้นไทยมากขึ้นแล้ว ไม่เหมือนเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาที่ส่วนใหญ่โฟกัสแค่ตลาดมาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เท่านั้น ทำให้สัญญาณการกลับเข้ามาก็ยังมีอยู่มาก"

BBLAM ประเมิน SET สูงสุด 1,580 จุด แนะลดเสี่ยง-หมุนพอร์ต-กระจายลงทุน

กางกลยุทธ์จัดพอร์ตลงทุน

และด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้ BBLAM แนะนำจัดพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์ Triple R ได้แก่

  • Reduce : ลดสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสู่ระดับปกติ (Neutral)โดยขายทำกำไรบางส่วนและลดหุ้นตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะตลาดที่เน้นกลุ่มเทคโนโลยี เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และกลุ่มเทคโนโลยีจีน หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กของสหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลตลาดเกิดใหม่
  • Rotate : หมุนลงทุนเข้าสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน เพิ่มสัดส่วนลงทุนหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่วนตราสารหนี้ เน้นพันธบัตรระยะสั้นและตราสารหนี้ที่มีอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
  • Remain Diversified : คงการกระจายความเสี่ยง เพิ่มสัดส่วนทองคำ น้ำมันและเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

"เชื่อว่า กลยุทธ์ Triple R จะช่วยรับมือความผันผวนจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในระยะข้างหน้า"