
พลังงานแพงสองเด้ง! ลดอุ้มดีเซล–ค่าไฟขยับ ซ้ำเติมต้นทุนธุรกิจ-กำลังซื้อ
ดีเซลขึ้น 6 บาท หลังรัฐลดอุดหนุน ขณะค่าไฟงวดใหม่มีแนวโน้มปรับขึ้นตาม เร่งแรงกดดันต้นทุน-กำลังซื้อ กดหุ้นอิงเศรษฐกิจในประเทศเสี่ยงกำไรหด โดยเฉพาะค้าปลีก ขนส่ง การเงิน
KEY
POINTS
- คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ลดการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ส่งผลให้ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้น
- คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เตรียมพิจารณาปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าในงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม
- ราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ของภาคธุรกิจ รวมถึงกำลังซื้อของประชาชน
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ทางคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติลดเงินอุดหนุนดีเซลลงเหลือ 19.12 บาทต่อลิตร จากเดิม 26.99 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้น 6 บาทต่อลิตร
ขณะเดียวกันคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติให้เปิดรับฟังความเห็นการเรียกเก็บค่าไฟงวด พ.ค.-ส.ค.69 ซึ่งข้อเสนอปรับเพิ่มค่าไฟอยู่ใน 3 กรณี คือ 3.95 / 4.08 / 4.59 บาทต่อหน่วย
มองว่าปัจจัยทั้ง 2 ประการข้างต้น จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ และรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและโลจิสติกส์ของธุรกิจ ซึ่งอาจกระทบต่อกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ โดยเฉพาะ ค้าปลีก ขนส่ง การเงิน เป็นต้น
ทั้งนี้ หากมองผลกระทบในส่วนของต้นทุนโลจิสติกส์ (ไม่รวมกำลังซื้อ) ผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในช่วง 1 เดือน จะกระทบกับกำไรกลุ่มค้าปลีกเฉลี่ยราว 0.5% ขณะที่ COM7 กระทบต่ำกว่าที่ระดับ 0.1%
"หากสงครามยืดเยื้อ และราคาน้ำมันขยับขึ้น มีแนวโน้มกองทุนน้ำมันจะลดการชดเชยลงต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลลบเพิ่มต่อกลุ่มอิงเศรษฐกิจในประเทศ"
ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศนั้น แม้อิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสหรัฐฯ แต่อย่างน้อยมีสัญญาณของการเริ่มพูดคุย โดยยังไม่มีการยืนยันถึงการเจรจาตรง แต่มีสัญญาณของการพูดคุยผ่านตัวกลาง ขณะที่สัญญาณจากทางฝั่งสหรัฐฯ การส่งกำลังภาคพื้นดินเข้าไปเพิ่มเติม
แต่ดูเหมือนเป็นการเพิ่มแรงกดดันเพื่อหนุนให้อิหร่านเข้าสู่เจรจา มากกว่าที่จะเป็นการใช้กำลังทางทหารขนาดใหญ่ แม้ขอเรียกร้องของแต่ละฝ่าย (สหรัฐฯ 15 ข้อ / อิหร่าน 5 ข้อ) จะยังไม่มีจุดร่วม แต่อย่างน้อยทำให้เห็นกรอบใหญ่ของแต่ละฝ่าย ซึ่งต้องติดตามข้อเสนอใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงต่อไป ทั้งนี้การที่อิหร่านยอมให้เรือบางส่วนผ่านช่องแคบได้ ช่วยลดแรงกดดันราคาพลังงาน
สำหรับภารวมกลยุทธ์การลงทุนนั้น มองว่าใกล้สิ้นไตรมาส 1/2569 ทำให้นักลงทุนจะระมัดระวังการเก็งกำไร และคำนึงถึงผลประกอบการมากขึ้น ทางเทคนิค 1,466-1,480 จุด เป็นแนวต้านที่อาจจำกัดการฟื้นตัว ทำให้ต้องเริ่มคุมความเสี่ยงผ่านการแบ่งทำกำไร และกำหนดจุดตัดขาดทุน
อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบแนวรับไว้ที่ระดับ 1,445 จุด และกรอบแนวต้านที่ระดับ 1,466-1,480 จุด สำหรับสัดส่วนการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนนั้น แนะนำ คงถือเงินสด 50% และลงทุนพอร์ตหุ้น 50% เป็นต้น






