thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยปิดตลาดเช้า 1,409.39 จุด บวก 12.05 จุด SCB วิ่งนำตลาด

หุ้นไทยปิดตลาดเช้า 1,409.39 จุด บวก 12.05 จุด SCB วิ่งนำตลาด

24 มี.ค. 69 | 06:33 น.
อัปเดตล่าสุด :24 มี.ค. 69 | 06:33 น.

ตลาดหุ้นไทยภาคเช้าวันนี้ (24 มี.ค.69) ปิดการซื้อขายที่ 1,409.39 จุด เพิ่มขึ้น 12.05 จุด วิลุ่มซื้อขาย 3.2 หมื่นล้าน เม็ดเงินไหลเข้า SCB TRUE DELTA KBANK

KEY

POINTS

  • ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,409.39 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.05 จุด โดยมีหุ้น SCB เป็นผู้นำตลาดด้วยมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
  • ตลาดได้รับแรงหนุนจากความกังวลที่ลดลงเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชะลอการโจมตีและหันมาเจรจากับอิหร่าน
  • อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของตลาดยังมีปัจจัยจำกัดจากความกังวลเรื่องราคาพลังงานในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น

ความเคลื่อนไหวดัชนี้หุ้นไทยวันนี้ (24 มี.ค.69) ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,409.39 จุด เพิ่มขึ้น 12.05 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 0.86% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างวันดัชนีแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,422.96 - 1,407.00 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 32,316.12 ล้านบาท

5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด

  • SCB ราคา 146.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.74% มูลค่าซื้อขาย 3,244.95 ล้านบาท
  • PTTEP ราคา 155.00 บาท โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลง มูลค่าซื้อขาย 2,498.26 ล้านบาท
  • TRUE ราคา 13.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 0.74% มูลค่าซื้อขาย 2,366.06 ล้านบาท
  • DELTA ราคา 264.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท หรือ 1.54% มูลค่าซื้อขาย 2,273.21 ล้านบาท
  • KBANK ราคา 189.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.61% มูลค่าซื้อขาย 1,191.45 ล้านบาท

นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คาด SET Index พลิกฟื้นสู่แดนบวก แรงหนุนจากความคลายกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง หลัง ประธานาธิบดี ทรัมป์ ชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าอิหร่าน พร้อมเดินหน้าเจรจา ประกอบกับลุ้นตัวเลขส่งออกไทยที่อาจเป็นอีกแรงหนุน หากแต่มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง ท่ามกลางความกังวลราคาพลังงานในประเทศ

คลายกังวลสงคราม ดึงราคาน้ำมันดิบลง

คาดแรงหนุนมาจากความคลายกังวลต่อสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง เนื่องจากก่อนที่จะครบกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง คำขู่ของสหรัฐฯ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ได้เผยเมื่อคืนที่ผ่านมาว่าจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นเวลา 5 วัน

ขณะที่สหรัฐฯ กำลังทำการเจรจากับอิหร่าน โดยเขากล่าวว่าตลอดช่วง 2 วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ และอิหร่านได้มีการหารือกันอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นไปอย่างดียิ่งเกี่ยวกับการยุติความเป็นปรปักษ์ทั้งหมดในตะวันออกกลางโดยสิ้นเชิงและอย่างสมบูรณ์

พร้อมกับกล่าวว่าการเจรจาจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดทั้งสัปดาห์ อีกทั้ง ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังเผยว่าจะมีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเร็วๆ นี้ หากการเจรจากับอิหร่านประสบความสำเร็จ โดยสหรัฐฯและอิหร่านอาจร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้อิหร่านจะออกมาปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาใดๆ กับสหรัฐฯ แต่ทางฝ่ายมองนักลงทุนมีแนวโน้มตอบรับเชิงบวกมากกว่า กล่าวคือให้น้ำหนักกับข้อมูลที่เปิดเผยออกมาจากฝั่งสหรัฐฯ สอดรับกับ Dow Jones S&P 500 และ Nasdaq ที่ปรับตัวขึ้น 1.38%, 1.15% และ 1.38% ตามลำดับ ซึ่งสวนทางกับราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับตัวลง 10.92% ปิดที่ 99.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดีเซลปรับขึ้น 1.8 บาท แตะเพดานทันที

มองทางขึ้นจำกัดอยู่บ้าง ท่ามกลางความกังวลราคาพลังงานในประเทศ จากการปรับราคาขายปลีกน้ำมันที่มีผลในวันนี้ โดยเบนซินปรับขึ้น 2 บาทต่อลิตร ส่วนดีเซลปรับขึ้น 1.8 บาท/ลิตร มาอยู่ที่ 32.94 บาทต่อลิตร ซึ่งนับว่าแตะเพดานการตรึงราคาที่ 33 บาทต่อลิตร ในทันที

ภาพข้างต้นยังส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะมีการขยายเพดานขึ้นต่อหรือไม่ โดยเฉพาะในภาวะที่ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่สู้ดีนัก โดยข้อมูล ณ วันที่ 22 มี.ค.69 ติดลบ 2.8 หมื่นล้านบาท แย่ลงจากการติดลบ 1.26 หมื่นล้านบาท ณ วันที่ 15 มี.ค.69

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ทางฝ่ายมองความน่าสนใจในหุ้น 4 กลุ่ม ได้แก่

  1. ความหวังโครงการ/มาตรการรัฐ : ADVANC, AMATA, CK, CPALL, CPAXT, CRC, GULF,KTB, KTC, MTC, SAWAD, STECON, STPI, TIDLOR, WHA , WHAUP
  2. เก็งงบไตรมาส 1/2569 : KKP, TISCO, TTB
  3. ส่งออก : AAI, DELTA, HANA, ITC, KCE, TFG
  4. เก็บสะสมหุ้นปันผล : AP, BBL, KBANK, QH, SC, SCB, SIRI, SPALI