

KEY
POINTS
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า หลังจากที่ทางสภาพัฒน์ได้ประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจพบว่า ขยายตัวได้ 2.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดีกว่า Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 1.3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
การขยายตัวเด่นมาจากการลงทุนรวม เติบโต 8% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เร่งจากการลงทุนภาครัฐ ที่ขยายตัว 13% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยสภาพัฒน์ระบุว่าการลงทุนภาครัฐขยายตัวจากหมวดก่อสร้าง 15% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ขณะที่การบริโภคขยายตัวได้ดีจากรถยนต์ EV ที่เร่งซื้อก่อนจะหมดมาตรการ EV 3.0 พร้อมกับการใช้จ่ายในหมวดบริการที่ขยายตัว 3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่หลักๆเป็นเพราะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและขนส่งเป็นสำคัญ
ในฝั่งของการส่งออกขยายตัวได้ 9% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามการส่งออกสินค้า Technology เป็นสำคัญ อาทิ อุปกรณ์สื่อสารและโทรคมนาคม ที่ขยายตัว 83% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน, ชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เติบโต 30% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
แต่สวนทางกับการส่งออกภาคบริการที่หดตัว -7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน เป็นไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง เมื่อมองไปข้างหน้าแล้วสภาพัฒน์คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัวในค่าเฉลี่ย 2% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
และการขยายตัวของหลายๆ เครื่องยนต์เศรษฐกิจพบว่าค่อนข้างต่ำอยู่ในระดับเพียง 1-3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน อย่างการลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวเด่นในช่วงไตรมาส 4/2568 ทั้งปี 2569 คาดเพียง 1.7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน การบริโภคก็ขยายตัวเพียง 2.1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ทั้งนี้ หากมองหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากปัจจัยที่กล่าวมาในข้างต้นนั้น จะประกอบไปด้วยกลุ่มอิงการบริโภค เช่น ค้าปลีก อาทิ BJC CRC CPALL และ HMPRO, ศูนย์การค้า อย่าง CPN และเครื่องดื่ม ได้แก่ ICHI และ CBG เป็นต้น
ส่วนปัจจัยระยะสั้นนักลงทุนจะจับตารอดูช่วงเทศกาลตรุษจีน ทาง ATTA เผยว่าในช่วง 13-22 ก.พ. นักท่องเที่ยวจีนจะเดินทางเข้าไทยเฉลี่ยวันละ 2.8 หมื่นราย ซึ่งมากกว่าช่วงปกติที่ 1.3 หมื่นรายต่อวัน
หากเป็นเช่นนี้จริงมองเป็นสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไทย และหุ้นที่ได้ประโยชน์อย่างพวก ค้าปลีก โรงแรม สนามบิน อย่างไรก็ดี ประเมินข่าวกดดันต่างๆ ที่เคยเป็นประเด็นก่อนหน้านี้น่าจะคลายกังวลลงไปบ้างแล้ว เช่น ความปลอดภัย เรื่องของดาราที่เคยหายตัวไป
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น มองว่าปัจจุบันด้วย SET Index เริ่มมี PE ไม่ถูกจึงเน้นควบคุมความเสี่ยง ระยะสั้น เน้นเก็งกำไรหุ้นได้ประโยชน์ช่วงตรุษจีน อาทิ ท่องเที่ยว เช่น AOT CENTEL MINT, ค้าปลีก อาทิ BJC CPALL HMPRO และ ศูนย์การค้า อย่าง CPN เป็นต้น
ลุ้น GDP ไทยปี 69 โต 2.5%
นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า ระบุว่า ทางฝ่ายมีมุมมองเชิงบวกจากการรายงานตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ของไทยออกมา ขยายตัว +1.9% จากไตรมาสก่อน และโต +2.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยทั้งปี 2568 ทำได้ที่ +2.4% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดยการลงทุนรวมไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น +8.1% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งเติบโตทั้งภาคเอกชน +6.5% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และภาครัฐฯ +13.3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน คาดจากการก่อสร้างโรงงานที่กลับมาฟื้นตัวครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส
รวมทั้งการเร่งตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ที่สิ้นสุดลงในปี 2568 ขณะที่ส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมในกลุ่มคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารโตอย่างมาก ซึ่งเป็นไปตามรอบวัฏจักรเทคโนโลยี (AI cycle)
หากพิจารณาคาดการณ์โอกาสในการเติบโตในปี 2569 คาดจะอยู่ที่ระดับ 1.5-2.5% ถือเป็นการเติบโตแบบประคองตัว ท่ามกลางความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันทางการค้าโลก (Tariffs) และปัญหาหนี้ครัวเรือนภายในประเทศ
ทางฝ่ายคาดว่าสิ่งที่ตลาดจะให้ความสำคัญในระยะถัดไปคือการเร่งทำงบประมาณปี 2570 เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการคลัง ซึ่งหากไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองโดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงเป็นโมฆะจากกรณีบาร์โค้ด
อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายมองจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ต่อ ทั้งนี้ แนะนำติดตามทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติ หลั่งไหลเข้าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ 4.63 หมื่นล้าน นับตั้งแต่ต้นปีมา รวมทั้ง Valuation ของ SET Index เริ่มตึงตัวมากขึ้น Fwd PE 14.9 เท่า อยู่ที่ช่วงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี