thansettakij
โบรกมองหุ้นไทยแกว่งบวกรับการเมืองไทย จับตาลุ้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

โบรกมองหุ้นไทยแกว่งบวกรับการเมืองไทย จับตาลุ้นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

18 ก.พ. 2569 | 23:30 น.

หุ้นไทยแกว่งบวก รับแรงหนุนเสถียรภาพการเมือง–GDP โตเหนือคาด เม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าตั้งแต่ต้นปีกว่า 4.63 หมื่นล้าน โบรกชี้นโยบายรัฐคือจุดชี้ขาดความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นจากปัจจัยหนุนด้านเสถียรภาพทางการเมือง และตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ที่เติบโตดีกว่าคาดการณ์
  • นักลงทุนกำลังจับตาดูความชัดเจนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลใหม่ โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนและ FDI
  • ความเชื่อมั่นที่ฟื้นตัวส่งผลให้มีกระแสเงินทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ตลาดหุ้นไทยเริ่มฟื้นตัวและแกว่งในแดนบวก ท่ามกลางปัจจัยหนุนสำคัญจากเสถียรภาพทางการเมืองและตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด สัญญาณดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนผ่านทิศทางดัชนี SET Index แต่ยังเห็นได้จากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญ

จากนี้ไปตลาดกำลังก้าวสู่ช่วงรอดูความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ ซึ่งอาจจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อแนวโน้มการเติบโตและความเชื่อมั่นในระยะถัดไป

นักวิเคราะห์ บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดมุมมองว่า ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ในระดับปานกลาง (ดีกว่าคาดเล็กน้อย) ดัชนี SET Index ปิดบวกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ มองปัจจัยหนุนมาจากตัวเลข GDP ไตรมาส 4/2568 ของไทย ที่เติบโต 2.5% จากปีก่อน

ซึ่งสูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยฯ และ consensus คาดที่ 1.4% จากปีก่อน อย่างมีนัยสำคัญ หนุนโดยการลงทุนและการใช้จ่ายภาครัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด ขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าหนุนการลงทุนและ FDI ต่อเนื่องในปี 2569-2570

ทั้งนี้ มองว่านักลงทุนรับรู้ปัจจัยบวกเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลผสมที่มีเสถียรภาพสูงไปมากพาสมควรแล้ว และตลาดเข้าสู่ช่วงรอดูนโยบายเศรษฐกิจที่กำลังจะออกมา โดยยังคงมุมมองว่ารัฐบาลใหม่ จะเน้นกระตุ้นการลงทุน และ FDI เป็นหลัก

ในส่วนประเด็นการเมืองภายในประเทศ หัวหน้าพรรคกล้าธรรมชี้ว่าจะมีความชัดเจนของแนวทางการร่วมรัฐบาลในวันที่ 19 ก.พ. นี้ ซึ่งหากพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล จำนวนเสียงของฝั่งรัฐบาลจะขึ้นไปแถวๆ 350 เสียง เป็นสัญญาณบวกต่อเสถียรภาพและแนวทางการออกนโยบายเศรษฐกิจและสังคม

บล.กรุงศรี เผยว่า ประเด็นสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนความเชื่อมั่นใจตลาดทุนไทยนั้น หลักๆ เป็นผลมาจากภาพรวมเสถียรภาพทางการเมืองไทย ประเมินทิศทางการขับเคลื่อนการเติบโตเศรษฐกิจผ่านการลงทุนต่อเนื่องจากไตรมาส 4/2568 ที่การลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนขยายตัวถึง +8.1% จากปีก่อน

เป็นผลมาจากทั้งเรื่ององค์ประกอบที่มีตัวคูณทางเศรษฐกิจที่สูงเป็นบวก และทั้งเป็นการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างเศรษฐกิจไทยสู่อุตสาหกรรม New S Curve ใหม่ ผสานทิศทางรัฐบาลใหม่ที่มีแนวโน้มจะมีเสถียรภาพสูง (Super Majority)

โดยรวมทำให้เห็นความเป็นไปได้ที่ GDP ไทยกำลังเข้าสู่เฟส Upgrade Cycle ซึ่งท้ายที่สุดย่อมส่งผลดีมาถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมาย

การลงทุนดิจิทัล : ส่วนใหญ่คาด Data Center บวกต่อหุ้นในห่วงโซ่อุปทาน

  • นิคม AMATA, WHA
  • รับเหมา STECON, PYLON, INSET
  • โรงไฟฟ้า GULF, GPSC, EGCO
  • สื่อสาร TRUE, ADVANC

อิเลคทรอนิกส์ : โอกาสขยาย New S Curve ให้กับกลุ่มชิ้นส่วนฯ ไทยกลาง-ยาวที่ส่วนใหญ่รับจ้างผลิต

กลยุทธ์ระยะสั้น : เลือกหุ้นที่มีปัจจัยเฉพาะตัว

  • TRUE ลุ้นกำไรไตรมาส 4/2568 เริ่มมีองค์ประกอบการดำเนินงานบวกมากขึ้น รวมถึงมี Upside เงินปันผล หลังปรับโครงสร้างธุรกิจ
  • AMATA เนื่องจากตลาดรับรู้ยอดขายเลื่อนในไตรมาส 4/2568 ขณะที่ Outlook เด่นขึ้นเรื่อยๆ
  • PYLON กำไรไตรมาส 4/2568 ยังดี อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนสูง 8% ลุ้นงานใหม่ New S Curve Data Center ตลาดให้น้ำหนักน้อย
  • INSET เพราะเป็นหุ้นต้นน้ำ AI CAPEX cycle ของไทยยิ่งงานเข้าระบบเร็ว จะช่วยต่อยอดงานมีความต่อเนื่องกลาง-ยาว

บล.ไอร่า ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมองว่าสิ่งที่ตลาดหุ้นจะให้ความสำคัญในระยะถัดไปคือ การเร่งทำงบประมาณปี 2570 เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสุญญากาศทางการคลัง ซึ่งหากไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองโดยเฉพาะประเด็นการเลือกตั้งที่มีความเสี่ยงเป็นโมฆะจากกรณีบาร์โค้ด

โดยฝ่ายวิจัยมองจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยได้ต่อ จากทั้งตัวเลขเศรษฐกิจไทยที่สะท้อนการฟื้นตัวดีกว่าคาดในไตรมาส 4/2568 และมีโมเมนตัมขยายตัวอย่างต่อเนื่องไปยังปี 2569

ประกอบกับปัจจัยบวกเฉพาะตัวในประเทศจากความคาดหวังในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มีเสถียรภาพ ซึ่งจะช่วยปลดล็อกความกังวลใจและเอื้อต่อการขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้

แนะนำติดตามทิศทางกระแสเงินทุนต่างชาติที่มีแนวโน้มหลั่งไหลเข้าต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีนี้ 4.63 หมื่นล้าน โดยกระแสเงินทุนต่างชาติซื้อสะสมในหุ้นไทยในเดือนเดียว สูงที่สุดในรอบกว่า 3 ปี รวมทั้ง Valuation ของ SET Index เริ่มตึงตัวมากขึ้น Fwd PE 14.9 เท่า อยู่ที่ช่วงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในระยะนี้ได้รับแรงหนุนจากทั้งปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและเสถียรภาพการเมือง ส่งผลให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวดีขึ้น พร้อมกับการกลับมาของกระแสเงินทุนต่างชาติ ทั้งนี้ ระดับ Valuation ที่เริ่มเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยระยะยาวสะท้อนว่าตลาดอาจตอบรับปัจจัยบวกไปบางส่วนแล้ว

ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้จึงอยู่ที่ความต่อเนื่องของเม็ดเงินลงทุนของต่างชาติ และความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อทิศทางตลาดและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในช่วงถัดไป