
WEH เตรียมขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ชูดอกเบี้ย 6.90-7.10% เปิดจอง 24-26 มี.ค.นี้
WEH ยื่นไฟลิ่งหุ้นกู้ชุดใหม่ ครั้งที่ 1/2569 อายุ 2 ปี 6 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 71 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.90 – 7.10% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน คาดเปิดจองซื้อวันที่ 24-26 มี.ค. 9 และออกหุ้นกู้วันที่ 27 มี.69
KEY
POINTS
- WEH เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ อายุ 2 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 6.90-7.10% ต่อปี กำหนดจองซื้อวันที่ 24-26 มี.ค. 2569
- หุ้นกู้ดังกล่าวจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน เป็นหุ้นกู้ชนิดไม่ด้อยสิทธิและไม่มีประกัน
- วัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อใช้ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน ชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
นายณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหนี้ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
เพื่อขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ครั้งที่ 1/2569 อายุ 2 ปี 6 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.90 – 7.10% ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน เสนอขายให้ผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบัน
ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จำนวน 8 แห่ง คาดว่าจะเปิดจองซื้อระหว่างวันที่ 24-26 มี.ค. 2569 และออกหุ้นกู้วันที่ 27 มี.2569 ซึ่งเป็นหุ้นกู้ระยะยาว ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่ผู้ลงทุน
ทั้งนี้ ในแง่ของศักยภาพการดำเนินงานนั้น มองว่ายังคงสร้างความแข็งแกร่งได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 11,313 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 5,388 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะรักษารายได้รวมที่แข็งแกร่งดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 6
โดยมีรายได้รวมงวด 6 เดือน ปี 2568 อยู่ที่ 5,198 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.68 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ] ลดลงต่อเนื่องอยู่ในระดับต่ำที่ 0.70 เท่า จาก 0.74 เท่า เมื่อสิ้นปี 2567 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 1.50 เท่า
อีกทั้งบริษัทฯ ไม่เคยมีประวัติผิดนัดชำระหนี้ โดยผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงกว่าเป้าหมาย เนื่องจากความเร็วลมเฉลี่ยอยู่ในระดับสูงใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า รวมถึงความพร้อมใช้งานของกังหันลมที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญของบริษัทฯ คือ โครงสร้างรายได้ที่มีความมั่นคงและไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ครอบคลุมโรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้ง 8 โครงการ
ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอยู่ในระดับสูงอย่างสม่ำเสมอ นอกเหนือจากรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าแล้ว โรงไฟฟ้าพลังงานลมจำนวน 5 โครงการจากทั้งหมด 8 โครงการ ยังได้รับเงินส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ซึ่งมีระยะเวลาครอบคลุมอายุหุ้นกู้ชุดนี้อีกด้วย
ประกอบกับ บริษัทฯ ยังชนะการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนแห่งใหม่รวม 4 โครงการ กำลังการผลิตตามสัญญารวม 299 เมกะวัตต์ (MW) ประกอบด้วยโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 3 โครงการ และโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน 1 โครงการ
โดยมีกำหนดทยอยจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) และเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2570 และจะรับรู้รายได้ครบทั้ง 4 โครงการภายในปี 2573 ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมที่ได้รับอนุญาตจากภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 1,016 เมกะวัตต์ จากเดิม 717 เมกะวัตต์ ซึ่งถือเป็นการบรรลุเป้าหมายตามแผนที่กำหนดไว้
ในขณะเดียวกัน ปัจจุบันบริษัทฯ ยังมีโครงการพลังงานลมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพิ่มเติมอีกหลายโครงการ เพื่อเตรียมเข้าร่วมการคัดเลือกในรอบถัดไป
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งบริษัทหลักทรัพย์ เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นกู้ครั้งใหม่นี้ รวม 8 ราย ประกอบด้วย
- บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DAOL)
- บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) (BYD)
- บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (UOBKH)
- บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด (GBS)
- บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (MAYBANK)
- บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด (TRINITY)
- บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (PST)
- บริษัทหลักทรัพย์ อพอลโล่ เวลธ์ จำกัด (APW)
โดยหุ้นกู้ชุดนี้มี บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DAOL เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ และมีธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นนายทะเบียนหุ้นกู้ และมีวัตถุประสงค์ในการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อ
- ซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปัจจุบัน
- ให้กู้ยืมหรือชำระหนี้ภายในกลุ่มบริษัท
- ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น
สำหรับ WEH เป็นผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมรายแรก และรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ปัจจุบันมีโรงไฟฟ้าพลังงานลมรวม 8 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 717 เมกะวัตต์ ซึ่งมากที่สุดในประเทศไทย
ครอบคลุมพื้นที่โครงการรวมประมาณ 850 ตารางกิโลเมตร ในจังหวัดนครราชสีมาและจังหวัดชัยภูมิ โดยโรงไฟฟ้าทุกแห่งได้ดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าทั้งหมดให้แก่กฟผ. แล้ว ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว กำลังการผลิตภายใต้สัญญารวม 690 เมกะวัตต์

