

“ตลาดไม่ได้ทำร้ายใคร แต่คนส่วนใหญ่ทำร้ายตัวเองเพราะอารมณ์”
ถ้าถามผมในฐานะคนที่อยู่ในตลาดมานานว่า อะไรคือสิ่งที่ยากที่สุดของการลงทุน คำตอบไม่ใช่กราฟ ไม่ใช่งบการเงิน และไม่ใช่จุดซื้อจุดขาย เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่เรียนรู้ได้จากหนังสือและคอร์สตามท้องตลาด แม้ช่วงแรกจะดูยาก แต่ฝึกไปสักพัก ทุกคนก็สามารถทำได้ใกล้เคียงกัน
สิ่งที่แยกนักลงทุนทั่วไปออกจากนักลงทุนที่ทำกำไรได้จริงในระยะยาว คือ “การรักษาสภาพจิตใจ”
ธรรมชาติของมนุษย์คือเมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดันสูง เราจะใช้ศักยภาพได้ไม่เต็มที่ เหมือนกับการพูดติดขัดเมื่อต้องขึ้นเวที หรือทำงานผิดพลาดเมื่อมีหัวหน้ายืนจ้องอยู่ข้างหลัง ตลาดหุ้นก็ไม่ต่างกัน
เวลาหุ้นขึ้น เราจะรู้สึกกดดันว่าถ้าไม่ซื้อตอนนี้จะพลาดโอกาส แต่พอซื้อแล้ว หุ้นกลับเริ่มผันผวน เราก็กลัวว่ากำไรจะหายและรีบขายออกมา หรือในอีกด้านหนึ่ง เมื่อหุ้นลง เรากลับรู้สึกกดดันให้ซื้อเพิ่มเพราะไม่อยากมีต้นทุนที่สูง ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องของความรู้ แต่เป็นเรื่องของอารมณ์ล้วนๆ
นักลงทุนที่ไม่รู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเอง มักจะลงเอยด้วยการซื้อในจุดที่ไม่ควรซื้อ และขายในจุดที่ไม่ควรขาย ไม่ว่าจะเป็นการไล่ราคาจนแพงเกินจริง หรือการถือหุ้นดื้อๆ จนสุดท้ายต้องขายทิ้งตอนตลาดทำจุดต่ำสุด วิธีแก้ไม่ใช่การหาอินดิเคเตอร์เพิ่ม แต่คือการรู้เท่าทันอารมณ์ และการมีระบบหรือกระบวนการที่ชัดเจน
การรู้เท่าทันอารมณ์ เริ่มต้นได้จากเรื่องง่ายที่สุด คือ การมีเช็กลิสต์เงื่อนไขในการตัดสินใจ ทั้งจังหวะเข้าและจังหวะออก ทุกครั้งที่คิดจะซื้อหรือขายหุ้น ต้องหยิบเงื่อนไขเหล่านี้มาเช็กทีละข้อ และที่สำคัญคือไม่ใช่แค่คิดในหัว แต่ควรเขียนออกมาให้ชัดเจน
หรืออีกวิธีหนึ่งที่ผมแนะนำลูกศิษย์เสมอ คือการมีเพื่อนร่วมทางที่ใช้แนวทางการลงทุนเดียวกัน คอยช่วยตั้งคำถามและมองในมุมที่เราอาจมองข้าม เพื่อไม่ให้เราหลงเข้าข้างตัวเองมากเกินไป
ส่วนการสร้างกระบวนการในการเทรด นอกจากเช็กลิสต์แล้ว ควรมีกฎพื้นฐานที่ช่วยกันอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ เช่น การเขียนเหตุผลในการขายล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ซื้อ เพื่อไม่ให้เปลี่ยนใจเมื่อเผชิญสถานการณ์จริง
การหลีกเลี่ยงการตัดสินใจช่วงตลาดเปิดสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว รวมถึงการทบทวนและจดบันทึกหุ้นในพอร์ตทุกสัปดาห์ และรีวิวย้อนหลังทุกเดือน ยิ่งกระบวนการชัดมากเท่าไร ใจเราจะยิ่งนิ่งมากขึ้นเมื่อเจอตลาดผันผวน
และสุดท้ายคือ การปล่อยวางเมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน การขาดทุนเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในตลาด แต่สิ่งที่อันตรายกว่าคือ การตัดสินใจแบบหุนหันพลันแล่น หลังจากนั้น อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น อยู่กับเงินที่เหลืออยู่ในพอร์ต มองไปข้างหน้า และเริ่มต้นใหม่ให้ถูกวิธี เพราะในเกมการลงทุน คนที่ได้เปรียบที่สุดไม่ใช่คนที่เก่งที่สุด แต่คือคนที่สามารถอยู่ในตลาดได้ยาวนานที่สุด
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,171 วันที่ 1 - 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569