ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักลงทุนจำนวนมากโฟกัสที่ความเร็ว เข้าเร็ว ออกเร็ว หมุนพอร์ตถี่ เพราะเชื่อว่านั่นคือทางลัดของผลตอบแทน
แต่เมื่อเข้าสู่ปี 2026 ตลาดพิสูจน์ชัดเจนว่า ความเร็วไม่ใช่คำตอบของการลงทุนระยะยาวอีกต่อไป
ตลาดยุคนี้เต็มไปด้วยความผันผวน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีหุ้นบางตัวที่ “ลงน้อยกว่าตลาดตอนตลาดแย่และขึ้นแรงกว่าตลาดตอนตลาดดี”
หุ้นเหล่านี้มักมีสิ่งหนึ่งเหมือนกันคือ มี Volume สะสมอย่างต่อเนื่อง
Volume สะสม คือสัญญาณของ “เงินที่ตั้งใจอยู่”
Volume สะสมไม่ได้หมายถึงปริมาณซื้อขายสูงในวันใดวันหนึ่ง แต่หมายถึง การที่มีเงินค่อย ๆ ไหลเข้ามาสะสมในหุ้นตัวนั้นอย่างสม่ำเสมอ
เงินลักษณะนี้มักไม่ใช่เงินเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็นเงินของนักลงทุนที่
ผลที่ตามมาคือ เมื่อภาพรวมตลาดอ่อนตัว หุ้นที่มี Volume สะสมจะปรับลงน้อย เพราะแรงขายมีจำกัด และเมื่อบรรยากาศตลาดกลับมาดี หุ้นเหล่านี้มักปรับขึ้นได้แรงกว่าตลาด เพราะมีฐานของเงินที่รอผลักดันอยู่แล้ว
Volume สะสม = ตัวช่วยคัดกรองหุ้นคุณภาพในปี 2026
ในปีที่ข้อมูลข่าวสารล้นตลาด การดู Volume สะสมช่วยให้นักลงทุน “มองเห็นพฤติกรรมของเงิน” มากกว่าการมองแค่ราคา
หุ้นที่ราคาไม่หวือหวา แต่ Volume ค่อย ๆ สะสม มักสะท้อนว่ามีบางกลุ่มกำลังให้คุณค่ากับหุ้นตัวนั้นในระยะกลางถึงยาว
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญ ในการแยกหุ้นที่ “แค่ขึ้นเพราะกระแส” ออกจากหุ้นที่ “ขึ้นเพราะมีเงินรองรับ” Volume ไม่ได้แทนทุกอย่าง แต่ช่วยยืนยันการตัดสินใจ
แน่นอนว่า Volume สะสมไม่ใช่คำตอบทั้งหมด การลงทุนยังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น
และ Trade Setup เพื่อกำหนดจุดในการซื้อขาย
แต่ในปี 2026 Volume สะสมทำหน้าที่เป็น ตัวช่วยยืนยันว่า เราไม่ได้คิดอยู่ฝ่ายเดียว เพราะในท้ายที่สุด ราคาหุ้นจะไปในทิศทางเดียวกับเงิน ไม่ใช่กับความหวัง
บทสรุปของปี 2026
ปี 2026 ไม่ใช่ปีของการไล่ราคา แต่เป็นปีของการ “เลือกหุ้นให้ถูกตัว”
หุ้นที่มี Volume สะสม อาจไม่ได้หวือหวาในวันที่ตลาดเงียบ แต่จะเป็นหุ้นที่
และนั่นคือเหตุผลที่ Volume สะสมกลายเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญ ในการลงทุนอย่างแม่นยำในปี 2026
หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,167 วันที่ 18 - 21 มกราคม พ.ศ. 2569