

KEY
POINTS
นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ประเมินตลาดหุ้นไทย (SET INDEX) ในช่วงระยะสั้น อาจยังมีความผันผวนอยู่จากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
แม้ว่า วานนี้ (4 ก.พ.69) ดัชนีจะปรับขึ้นแข็งแกร่ง เนื่องจากได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่ม ADVANC และบรรดาผู้ถือหุ้น (GULF) หลังจาก ADVANC ประกาศจ่ายปันผล 27.41 บาท ซึ่งจะขึ้น XD ในวันที่ 2 มี.ค. และจ่ายปันผล 30 เม.ย. นี้
ประกอบกับ Election Rally หรือ สภาวะตลาดหุ้นขาขึ้นช่วงเลือกตั้ง เป็นปัจจัยหนุนสอดคล้องกับสถิติที่เคยนำเสนอไปว่า ก่อนเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ตลาดหุ้นมักตอบรับเชิงบวกเฉลี่ย 3 - 4% ส่วนหลังเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ SET Index ก็มักตอบรับเชิงบวก
แต่ 1 เดือนหลังเลือกตั้ง มักเริ่มปรับลงเพราะจะเริ่มแกว่งตามปัจจัยพื้นฐานที่ยังไม่ได้ดีมากนัก เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพียง 1.5 - 2% ในปีนี้
ขณะที่การท่องเที่ยวจากต่างชาติก็ยังไม่ฟื้นตัวและภาครัฐก็มีข้อจำกัดด้านหนี้สินที่เริ่มอยู่ระดับสูงการเติบโตจึงจำกัดสำหรับบริษัทจดทะเบียน โดย SET Index ปรับขึ้นมาในช่วง PE 14.3 เท่า นับว่าเริ่มไม่ถูกเท่าใดนัก
หาก SET Index ยังคงปรับขึ้นต่อเนื่องอาจเป็นจุดเริ่มเฝ้าระวังมากขึ้น คืนนี้รอติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างตำแหน่งเปิดรับสมัครงาน Bloomberg คาดไว้ที่ 7.2 ล้านตำแหน่งและเงินเฟ้อไทยที่ -0.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,340 – 1,360 จุด มีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงาน (PTTEP) ตามการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ และ Election Rally ยังเป็นปัจจัยหนุน
สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะเลือก Selective Buy เพราะมองว่าตลาดหุ้นไทยยังขาดปัจจัยบวกหนุน เน้นที่ 4 กลุ่มหุ้นเด่น ได้แก่
CPALL (ราคาเป้าหมาย 58.00 บาท) : ปัจจุบันซื้อขายที่ราว 13 เท่า PE 2569 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต พร้อมด้วยผลตอบแทนเงินปันผลคาดหวังระดับ 3% โดยเราคาดรายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2568 ที่ 6.9 พันล้านบาท ลดลง -4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 5% จากไตรมาสก่อน
ผลจากการลดลงของยอดขายสาขาเดิมของ 7-11 ที่ -1.5% และการลดลงของกำไรของ CPAXT ขณะที่ SSSG ช่วง 10 วันแรกของเดือนม.ค. 2569 ดูดีขึ้นกลับมาทรงตัว เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ITC (ราคาเป้าหมาย 20.50 บาท) : ปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการในไตรมาส 4/2568 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมากก็ตาม โดยเราคาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 799 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +1% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่ลดลง -2% จากไตรมาสก่อน
ขณะที่รายได้คาดที่ 4,839 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นยังรักษาระดับสูงกว่า 25% จาก ผลดีของนสินค้าในกลุ่ม Premium ที่ยังอยู่ในระดับสูง สำหรับปี 2569 ITC คาดรายได้เติบโต 6-9% จากสินค้าใหม่และธุรกิจใหม่ ที่เริ่มเข้ามา ในช่วงปลายปี 2568