thansettakij
ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่ง 'ร้อนแรงอย่างมาก' เงินทุนไหลเข้า–ต่างชาติมั่นใจหุ้นไทย

ดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่ง 'ร้อนแรงอย่างมาก' เงินทุนไหลเข้า–ต่างชาติมั่นใจหุ้นไทย

04 ก.พ. 2569 | 09:25 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.พ. 2569 | 09:25 น.

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนพุ่งโซนร้อนแรงอย่างมาก 165.37 จุด รับเงินทุนไหลเข้า–ต่างชาติยังมั่นใจตลาดหุ้นไทย ขณะเดียวกันต้องจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ การเมืองในประเทศ และทิศทางดอกเบี้ยโลกที่อาจกระทบกระแสเงินทุน

KEY

POINTS

  • ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เม.ย. 69) ปรับตัวขึ้นสู่เกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" ที่ระดับ 165.37
  • ปัจจัยหนุนสำคัญที่สุดคือกระแสเงินทุนไหลเข้า โดยความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติอยู่ในระดับ "ร้อนแรงอย่างมาก"
  • ในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นมูลค่า 4,345 ล้านบาท

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนมกราคม 2569 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-31 ม.ค. 69) พบว่า 'ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน' (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ในเกณฑ์ 'ร้อนแรงอย่างมาก' ที่ระดับ 165.37

โดยนักลงทุนมองว่า การไหลเข้าของเงินทุน เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือสถานการณ์การเมืองในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ รองลงมาคือ ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนมกราคม 2569 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้ 

  • ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (เมษายน 2569) อยู่ในเกณฑ์ 'ร้อนแรงอย่างมาก' (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ที่ระดับ 165.37
  • ความเชื่อมั่นของกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์และกลุ่มนักลงทุนสถาบันอยู่ในเกณฑ์ 'ร้อนแรง' ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ 'ร้อนแรงอย่างมาก'
  • หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ ธนาคาร (BANK)
  • หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (PROP)
  • ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การไหลเข้าของเงินทุน  
  • ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ

ผลสำรวจ ณ เดือนมกราคม 2569 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่าความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 26.3% อยู่ที่ระดับ 129.66 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 7.1% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับลด 8.3% อยู่ที่ระดับ 122.2 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัว อยู่ที่ระดับ 200.00

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของเดือนมกราคม 2569 SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 1,230–1,285 จุด ก่อนจะปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 1,300 จุดในช่วงครึ่งหลังของเดือน โดยได้แรงหนุนสำคัญจากกระแส 'Sell America' ที่นักลงทุนทั่วโลกเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ รวมถึงราคาทองคำที่พุ่งขึ้นและค่าเงินบาทที่แข็งค่า

ส่งผลให้เงินทุนต่างชาติไหลกลับเข้าสู่ตลาดทุนไทย โดยในเดือนมกราคม 2569 นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 4,345 ล้านบาท SET Index ณ สิ้นเดือนมกราคม 2569 ปิดที่ 1,325.62 ปรับขึ้น 5.24% จากเดือนก่อนหน้า และปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมกราคม 2569 อยู่ที่ 46,496 ล้านบาท

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ ประเด็นเรื่องสงครามการค้าและกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่จะกระทบต่อ บจ. ไทยโดยเฉพาะในกลุ่มส่งออกและนำเข้า ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในประเทศเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งจะมีผลต่อกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายออก - เข้าในตลาดหุ้นเกิดใหม่

ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และการค้าระหว่างสหรัฐฯ - ยุโรปที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลางและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านซึ่งหนุนราคาพลังงานและเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก 

ในส่วนของปัจจัยในประเทศ ยังต้องติดตามประเด็นการเมืองซึ่งเป็นตัวแปรหลัก ทั้งผลการเลือกตั้ง การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และประชามติรัฐธรรมนูญ ขณะที่ภาพเศรษฐกิจไทยถูกคาดการณ์ว่าจะโตต่ำเพียง 1.5–1.8% ในปี 2569 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี

นอกจากนี้ นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศงบไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป