
หุ้นไทยยังมีแรงส่ง ก.พ. นี้ Sideway Up รับความหวังรัฐบาลใหม่ พร้อมแนะลงทุน 6 หุ้นเด่น
ตลาดหุ้นไทย เดือนก.พ.69 ยังไม่หลุดโซนบวก จากความหวังนโยบายรัฐบาลใหม่และแรงหนุนต่างประเทศ คาด SET เคลื่อนไหว 1,280–1,400 จุด พร้อมแนะกลยุทธ์ลงทุนหุ้นงบไตรมาส 4/68 เด่น
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ. มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยมีปัจจัยหนุนจากความคาดหวังต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่
- ได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศ เช่น เศรษฐกิจไทยที่ขยายตัวต่อเนื่อง และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง โดยคาดการณ์กรอบดัชนี SET ไว้ที่ 1,280-1,400 จุด
- แนะนำลงทุนใน 6 หุ้นเด่นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2568 จะออกมาดี ได้แก่ TRUE, TACC, TASCO, STECON, CK และ WHA
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นในลักษณะ Sideway Up โดยได้รับแรงหนุนจากกระแส Election Rally
โดยนักลงทุนยังคงคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อการลงทุนในตลาดทุนไทยต่อเนื่อง
อีกทั้งยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัยเชิงบวกจากต่างประเทศ โดยล่าสุดทางวุฒิสมาชิกเดโมแครตและรีพับลิกันร่วมกับทำเนียบขาวบรรลุข้อตกลงผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่าย 5 ฉบับ ช่วยคลายกังวลต่อเสถียรภาพการคลังสหรัฐฯ
ขณะเดียวกันธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เผยแบบจำลอง GDPNow บ่งชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ไตรมาส 4/2568 ขยายตัวถึง 4.2% สะท้อนแรงส่งเศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง
ด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนแสดงความคาดหวังว่ารัสเซียจะปฏิบัติตามข้อตกลง กับสหรัฐฯ เพื่อยุติการโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครน ลดแรงกดดันต่อประชาชนในช่วงฤดูหนาว
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์และวุฒิสมาชิกเดโมแครตสามารถบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อหลีกเลี่ยงการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความเชื่อมั่นต่อตลาดโลก
สำหรับเศรษฐกิจไทย กระทรวงการคลังรายงานเดือนธันวาคม 2568 ยังขยายตัวต่อเนื่อง ได้แรงหนุนจากการท่องเที่ยวภายในประเทศและการส่งออก โดยดัชนี MPI โต 2.52% จากภาคยานยนต์และมาตรการรัฐ สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังมีทิศทางบวกต่อเนื่อง จึงคาดการณ์กรอบดัชนี SET ในเดือนนี้อยู่ที่ระดับ 1,280-1,400 จุด
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลต่อการลงทุนก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะการรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมกราคมของจีนที่ 49.3 ลดลงต่อเนื่อง สะท้อนภาวะชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่สหรัฐฯ เข้าสู่ภาวะชัตดาวน์บางส่วน หลังสภาคองเกรสไม่สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันเวลา ทำให้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเสถียรภาพการคลัง
รวมทั้งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นฟ้องกรมสรรพากรและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เรียกค่าเสียหายกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ จากกรณีข้อมูลภาษีรั่วไหลสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังสหรัฐฯ จัดให้ประเทศไทยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวังคู่ค้ารายใหญ่ที่ต้องจับตาพฤติกรรมการแลกเปลี่ยนเงินตรา
ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยคาดปี 2569 จะขยายตัวเพียง 2.0% ลดลงจากปี 2568 ที่ 2.2% จากผลกระทบมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ และความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ขณะที่สหรัฐฯ รายงานดัชนี PPI เดือนธันวาคมพุ่งขึ้น 3.0% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สูงกว่าคาดการณ์ กดดันแนวโน้มเงินเฟ้อและนโยบายการเงินต่อไป
ปัจจัยเฝ้าระวังในประเทศ
- วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งทั่วไปรอดูโฉมหน้ารัฐบาลใหม่
- วันที่ 25 ก.พ. ประชุม กนง. ครั้งที่ 1/2569
ปัจจัยต่างประเทศที่น่าจับตา
- วันที่ 3 ก.พ. สหรัฐรายงานตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) เดือนธ.ค.
- วันที่ 17-18 มี.ค. ประชุม FED
นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้น ทางฝ่ายแนะนำลงทุนในกลุ่มหุ้น TRUE, TACC, TASCO, STECON, CK และ WHA จากคาดการณ์ผลประกอบการงวดไตรมาส 4/2568 จะออกมาดี






