

KEY
POINTS
ดาวโจนส์ปิดบวก 260.31 จุด แต่ S&P500 ปิดลบจากแรงขายหุ้นเทคฯ ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ (4 ก.พ.)
แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังคงปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเดินหน้าเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามูลค่าของหุ้นกลุ่มนี้อาจสูงเกินไป
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยร่วงลง 1.9% ตามด้วยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.67% โดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลที่ว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) จะทำให้บริษัทผู้ผลิตซอฟต์แวร์เผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น
นักวิเคราะห์จาก Argent Capital ให้ความเห็นว่า นักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับมูลค่าหุ้นที่สูงเกินไปในกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากบริษัทเทคโนโลยีพากันสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
ขณะที่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจต่างก็โอบรับกระแสนี้ด้วยการนำเครื่องมือ AI มาใช้อย่างรวดเร็วแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเช่นกัน
ส่วนหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Alphabet ร่วงลงเกือบ 2% ก่อนที่บริษัทจะเปิดเผยผลประกอบการหลังปิดตลาด
หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) ทรุดตัวลง 17% หลังจากเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์รายได้ที่น่าผิดหวัง และส่งสัญญาณว่าบริษัทกำลังเผชิญกับความยากลำบากในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ด้าน AI อย่าง Nvidia ในขณะที่หุ้น Nvidia ปิดตลาดร่วงลง 3.4%
หุ้น Palantir Technologies ดิ่งลงเกือบ 12% โดยราคาหุ้นของบริษัทด้านข้อมูล AI ดังกล่วพลิกลงมาปิดในแดนลบตามทิศทางหุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น ๆ หลังจากที่ปรับตัวขึ้นในระหว่างวันอันเนื่องมาจากผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
สำหรับการร่วงลงของหุ้นบริษัทผลิตชิปเหล่านี้ได้ฉุดดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟีย (PHLX Semiconductor Index) ดิ่งลง 4.4%
ส่วนหุ้นบริษัทซอฟต์แวร์ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความกังวลว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ AI อาจทำให้บริษัทเหล่านี้ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นและทำให้อัตรากำไรลดลง โดยหุ้น Snowflake ดิ่งลง 4.6% และหุ้น Datadog ร่วงลง 3.3%
นักลงทุนที่ขายหุ้นเทคโนโลยีด้าน AI ได้หันไปซื้อบริษัทที่มีราคาถูกกว่า ส่งผลให้หุ้นคุณค่า (Value Stocks) ในดัชนี S&P500 ปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ขณะที่หุ้นเติบโต (Growth Stocks) ในดัชนี S&P500 ปรับตัวลง
ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 2.25% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นกว่า 3% ซึ่งหุ้น Exxon Mobil พุ่งขึ้น 2.7% หุ้น Chevron บวก 1.8% หุ้น ConocoPhillips พุ่งขึ้น 2.5%
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) เปิดเผยกำหนดการใหม่ในการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือนม.ค.ที่ได้รับผลกระทบจากการปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือชัตดาวน์ก่อนหน้านี้ โดย BLS จะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันพุธที่ 11 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ. และจะเปิดเผยตัวเลขการเปิดรับสมัครงานและการหมุนเวียนแรงงาน (JOLTS) ในวันพฤหัสบดีที่ 12 ก.พ. จากเดิมที่มีกำหนดเปิดเผยในวันอังคารที่ 3 ก.พ.