

KEY
POINTS
ลดค่าไฟเหลือ 3 บาท เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากค่าไฟถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าครองชีพประชาชน
โดยลดค่าไฟเหลือ 3 บาทนั้น เป็นนโยบายของพรรคภูมิใจไทยที่เสนอต่อคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ภายใต้ 8 นโยบายหลัก
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่สำคัญก็คือนโยบายลดค่าไฟเหลือ 3 บาทดังกล่าวสามารถเป็นไปได้หรือไม่
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของ “ฐานเศรษฐกิจ” พบว่า นโยบายลดค่าไฟเหลือ 3 บาทต่อหน่วยของพรรคภูมิใจไทยนั้น มีเงื่อนไขก็คือสำหรับ 200 ยูนิตแรก ภายใต้วงเงิน 63,360 บาทต่อปี
ซึ่งจะใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี และรายได้จากพลังงานสะอาดโซลาร์เซลล์ ลดต้นทุนไฟฟ้าได้บางส่วน จำนวนครัวเรือนจากทั่วประเทศ 22 ล้านครัวเรือน
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า นโยบายดังกล่าวหากมองตามข้อเท็จจริงจะต้องขึ้นอยู่กับราคาเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งหากมีการกำหนดราคาออกมาในระดับดังกล่าวก็จะหมายความว่า หากต้นทุนการผลิตสูงเกินกว่าค่าไฟที่กำหนดก็จะต้องใช้แนวทางในการอุดหนุน
ประเด็นคำถามที่ตามมาก็คือ จะอุดหนุนในรูปแบบไหน หรือใช้เงินจากส่วนไหนมาดำเนินการ เพราะที่ผ่านมาก็มักจะผลักภาระไปให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หรือบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งมองว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากในระยะยาวจะไม่เกิดความยั่งยืน
“หากมีการกำหนดราคาออกมาชัดเจน จะต้องมีความมั่นใจว่าต้นทุนจะสามารถครอบคลุมได้ ซึ่งในมุมมองส่วนตัวก็คงไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่าจะมีต้นทุนครอบคลุมได้หรือไม่ เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่าราคาเชื้อเพลิงในอนาคตจะสูง หรือต่ำกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติ ซึ่งคาดการณ์ไม่ได้ หากอยู่ในดับที่สูงเกินกว่าต้นทุนที่จะใช้ผลิตออกมาแล้วราคาสูงกว่าที่ระบุก็ต้องมีการอุดหนุนเข้ามาช่วย โดยมองว่าไม่มีความยั่งยืน”
ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใดก็ตามที่กำหนดค่าไฟออกมาเป็นนโยบายก็จะต้องถูกตั้งคำถามถึงแนวทางในการดำเนินโยบายหากอยู่ในช่วงเวลาที่ต้นทุนสูง จะนำเงินจากส่วนใดมาใช้ ซึ่งเป็นประเด็นปัญหามาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน
สำหรับค่าไฟงวดปัจจุบัน (ม.ค.-เม.ย. 69) อยู่ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย