KEY
POINTS
จากการรวบรวมข้อมูลของ 'ฐานเศรษฐกิจ' พบว่า กระแสเงินทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงต้นปี 2569 เริ่มส่งสัญญาณบวกอย่างมีนัยสำคัญ หลังข้อมูลมูลค่าการซื้อขายแยกตามประเภทนักลงทุนในช่วงวันทำการแรกของปี (1–22 มกราคม 2569) พบว่า นักลงทุนสถาบันเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ขายสุทธิ 20,606.28 ล้านบาท สวนทางกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ซื้อสุทธิ 4,158.65 ล้านบาท
ขณะที่นักลงทุนอีก 3 กลุ่ม ได้แก่ บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ นักลงทุนในประเทศ และนักลงทุนต่างชาติ มีสถานะซื้อสุทธิรวมเท่ากันที่ 20,606.28 ล้านบาท สะท้อนการเปลี่ยนโครงสร้างผู้เล่นในตลาดอย่างชัดเจนในช่วงเปิดต้นปีนี้ แบ่งออกเป็น
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน บล.เอเซีย พลัส (ASPS) ระบุว่า ภาพรวมการลงทุนปี 2569 ตลาดการเงินโลกเผชิญความไม่แน่นอนสูงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในยุค 'ทรัมป์ 2.0' ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำปรับขึ้นทำสถิติใหม่
แต่ตลาดหุ้นไทยกลับสวนทาง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม SET Index ปรับขึ้นมากกว่า 5% ทำผลงานดีที่สุดในโลก (World’s Best Performer) ท่ามกลางตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปที่ปรับตัวลดลงจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
SET Index ปิดที่ระดับ 1,296.37 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 เดือน สะท้อนแรงหนุนจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าทั้งตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์อีกทั้ง ในช่วงสัปดาห์ดังกล่าวยังเป็นช่วงที่เห็นสัญญาณบวกชัดเจนจาก Fund Flow โดยเฉพาะจากนักลงทุนต่างชาติ
สะท้อนการกลับมาของสภาพคล่องและความเชื่อมั่นในระยะสั้น
ทั้งนี้ แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตเพียง 1.6% ต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค จากข้อจำกัดด้านหนี้ครัวเรือนและโครงสร้างการส่งออก
แต่ฝ่ายวิจัยมองว่าจุดสำคัญที่นักลงทุนจับตาคือ ส่วนต่างผลตอบแทนปันผลของตลาดหุ้นไทย (Dividend Yield Gap) ซึ่งขยายตัวแตะระดับราว 3% โดยในอดีตช่วงที่ Gap อยู่ในระดับดังกล่าว มักพบกระแสเงินทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทย เช่น ในปี 2016 และ 2022
ขณะเดียวกันมองว่า ความกังวลเงินเฟ้อที่เริ่มกลับมาในหลายประเทศ ประกอบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ผันผวน อาจเป็นปัจจัยสนับสนุนให้เงินทุนบางส่วนโยกจากตลาดตราสารหนี้เข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้นในระยะถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน: ดักทางหุ้นใหญ่และหุ้น Global Theme แนะนำกลยุทธ์การลงทุนรับมือความผันผวน ดังนี้