KEY
POINTS
เทเลนอร์ กรุ๊ป (Telenor Group) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่จากนอร์เวย์ ประกาศบรรลุข้อตกลงขายเงินลงทุนในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ หลังดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลากว่า 25 ปี โดยมีมูลค่าธุรกรรมรวมทั้งหมดประมาณ 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ หรือราว 1.23 แสนล้านบาท ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน
ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างเทเลนอร์กับ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise Digital Technology Company Limited) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนายศุภชัย เจียรวนนท์ โดยเทเลนอร์จะขายหุ้นทรูจำนวน 24.95% ในราคาหุ้นละ 11.70 บาท คิดเป็นมูลค่าราว 100,900 ล้านบาท หรือประมาณ 32,300 ล้านโครนนอร์เวย์
ทั้งนี้ ปัจจุบัน บริษัท เทเลนอร์ ไทยแลนด์ อินเวสต์เมนท์ส จำกัด ถือหุ้นในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 10,469,377,551 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30.30% ของหุ้นทั้งหมด โดยการขายหุ้นออกตามข้อตกลงครั้งนี้ เทียบเท่ากับจำนวนหุ้นราว 8,620,824,089 หุ้น เมื่อคำนวณจากราคาขายหุ้นละ 11.70 บาท ส่งผลให้มูลค่าการขายรวมอยู่ที่ประมาณ 100,863.64 ล้านบาท
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังตกลงทำสัญญาออปชันแบบ Put/Call สำหรับการขายหุ้นส่วนที่เหลืออีก 5.35% ภายในระยะเวลา 2 ปีหลังปิดดีลแรก โดยกำหนดราคาขายที่ระดับไม่ต่ำกว่าหุ้นละ 11.70 บาท หรืออิงราคาตลาดก่อนถึงกำหนดใช้สิทธิ ซึ่งหากมีการใช้สิทธิ จะคิดเป็นมูลค่าเพิ่มอีกประมาณ 21,900 ล้านบาท หรือราว 6,900 ล้านโครนนอร์เวย์
เบเนดิกเต ชิลเบรด ฟาสเมอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเทเลนอร์ กรุ๊ป ระบุว่า การบรรลุข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นจุดสิ้นสุดของการเดินทางในตลาดไทยที่มีคุณค่า พร้อมขอบคุณพนักงานและลูกค้าของทรูที่ร่วมกันสร้างการเติบโตและนวัตกรรมด้านการสื่อสารให้กับผู้ใช้บริการกว่า 60 ล้านราย
ขณะเดียวกัน นายศุภชัย เจียรวนนท์ เจ้าของบริษัท Arise Digital Technology ระบุว่า ดีลครั้งนี้สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของทรู คอร์ปอเรชั่น และความต่อเนื่องของการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต หลังจากทั้งสองฝ่ายทำงานร่วมกันมาอย่างใกล้ชิดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ
สำหรับเส้นทางการลงทุนของเทเลนอร์ในประเทศไทย เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2543 จากการเข้าลงทุนในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC) ก่อนพัฒนาเป็นแบรนด์ดีแทค และควบรวมกับทรูในปี 2566 กลายเป็นทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นดีลโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำให้บริษัทมีศักยภาพลงทุนในเทคโนโลยี 5G, AI และบริการดิจิทัล
เทเลนอร์เปิดเผยว่า ก่อนการเจรจาควบรวมในปี 2564 มูลค่าการถือหุ้นในประเทศไทยอยู่ที่ราว 12,000 ล้านโครนนอร์เวย์ แต่ปัจจุบันมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ จากราคาขายที่ตกลงกัน สะท้อนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว
ราคาขายหุ้นที่ระดับ 11.70 บาทต่อหุ้น คิดเป็นพรีเมียมราว 36% เมื่อเทียบกับราคาปิดวันแรกที่ทรู คอร์ปอเรชั่น เข้าซื้อขายหลังควบรวมกิจการในเดือนมีนาคม 2566 และสูงกว่าราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักย้อนหลัง 3 เดือนประมาณ 4%
เทเลนอร์ระบุว่า การขายหุ้นทรูครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ปรับโครงสร้างธุรกิจในเอเชีย หลังจากเพิ่งปิดดีลขายกิจการในปากีสถานไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยบริษัทมุ่งลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร และโฟกัสการเติบโตในตลาดหลักแถบยุโรปเหนือ ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เงินทุนและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น
ในด้านผลทางบัญชี เทเลนอร์คาดว่าจะรับรู้กำไรจากการขายหุ้นครั้งแรกประมาณ 14,700 ล้านโครนนอร์เวย์ โดยในจำนวนนี้ราว 1,600 ล้านโครนนอร์เวย์ เป็นผลจากการปรับรายการแปลค่าเงินสะสม ซึ่งไม่กระทบต่อส่วนของผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ธุรกรรมยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขตามปกติ และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า