KEY
POINTS
การประกาศเข้าซื้อหุ้นบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของกลุ่ม Arise จาก Telenor กลายเป็นหนึ่งในดีลที่ตลาดจับตามองมากที่สุดในช่วงต้นปีนี้ แม้ราคาหุ้นจะผันผวนในระยะสั้น แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ ดีลนี้ไม่ได้สะท้อนความอ่อนแอของพื้นฐานธุรกิจทรู หากแต่เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่อาจเพิ่มศักยภาพเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนไม่ใช่เพียง “ใครซื้อ–ใครขาย” แต่คือ “โครงสร้างธุรกิจ กลยุทธ์ และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของ True เปลี่ยนไปหรือไม่”
นักวิเคราะห์หลายรายประเมินตรงกันว่า พื้นฐานของ True ไม่ได้เปลี่ยนไป รายได้ยังคงเสถียรและไม่เหวี่ยงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ กลุ่ม โมบาย + บรอดแบรนด์ เป็น Subscription Model รูปแบบรายได้จากค่าสมาชิกและการเติบโตเริ่มเปลี่ยนจาก Telco ไปสู่ Platform + AI + Digital Infrastructure ซึ่งส่วนนี้คือ Upside ใหม่
นอกจากนี้ ทรูยังคงรักษาวินัยทางการเงินและปันผล ทำให้ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจ อีกทั้ง Arise ผู้ถือหุ้นใหม่เป็นบริษัทลงทุนที่ก่อตั้งโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ ผู้ที่รู้ธุรกิจของ True ลึกมาตั้งแต่วันแรกที่ตั้งธุรกิจ รวมถึงหลัง Amalgamation คุณศุภชัยก็เป็นประธาน และ กำกับการดูแลจนทำกำไรและมีปันผล
ที่สำคัญฝ่ายบริหาร นายซิกเว เบรกเก ยังคงดำรงตำแหน่ง Group CEO ของ True และยังมีตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารด้านเทคโนโลยีและดิจิทัลของ Arise ด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณว่า นายซิกเว จะนำทีมบริหารระยะยาวและยุทธศาสตร์ไม่เปลี่ยน ดังนั้น นโยบายหลัก หลัก เช่น วินัยทางการเงิน และแนวทางการปันผล ยังคงอยู่ตามแผนเดิม
การขายหุ้นของ Telenor ไม่ได้สะท้อนปัญหาพื้นฐานของ True แต่เป็นส่วนหนึ่งของ กลยุทธ์ปรับพอร์ต (Portfolio Rotation) ที่บริษัทประกาศชัดเจนมาหลายปีแล้ว
ตั้งแต่ช่วงปี 2021–2022 Telenor ระบุว่าจะลดน้ำหนักการลงทุนในเอเชีย และหันกลับไปโฟกัสตลาดกลุ่ม Nordic และประเทศพัฒนาแล้วที่มีอัตรากำไรสูงและเสถียรกว่า
ดังนั้น ดีลนี้จึงเป็นการดำเนินตามยุทธศาสตร์เดิม ไม่ใช่การตัดสินใจเชิงฉุกเฉินหรือสัญญาณเชิงลบต่อธุรกิจไทย
ในอีกมุมหนึ่ง การมีผู้ซื้ออย่าง Arise ซึ่งเข้าใจธุรกิจโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบนิเวศเทคโนโลยี ถือเป็น Exit ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับ Telenor ในเชิงกลยุทธ์
ประเด็นราคาหุ้นที่ดีลตกลงที่ประมาณ 11.70 บาท ขณะที่ราคาตลาดในวันประกาศอยู่ราว 12 บาทกว่า ถูกมองว่าเป็นส่วนต่างเชิงลบ แต่ในเชิงข้อเท็จจริง ดีลขนาดใหญ่ต้องใช้เวลาเจรจาหลายเดือน
หากย้อนกลับไปในช่วงเริ่มต้นการเจรจา ราคาหุ้น True ยังอยู่ต่ำกว่าระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ การปรับขึ้นของราคาหุ้นเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนประกาศดีล
ดังนั้น ราคาที่ตกลงจึงสะท้อน “มูลค่าตามช่วงเวลาการเจรจา” มากกว่าการสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อมูลค่าพื้นฐานของกิจการ
นักวิเคราะห์จึงมองว่าความผันผวนของราคาหุ้นระยะสั้นเป็นเพียง Reaction ของตลาด มากกว่าปัจจัยเชิงโครงสร้าง
Arise เป็นบริษัทลงทุน ไม่ใช่ผู้เล่นที่ต้องการใช้กลยุทธ์เผาเงินเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด
นักวิเคราะห์มองว่า True จะยังคงรักษา วินัยทางการเงิน (Financial Discipline) และแนวทางการจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง
ภาพรวมกลยุทธ์จะเข้าสู่เฟส Efficiency + Cash Flow + Dividend มากขึ้น ซึ่งเป็นลักษณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนระยะยาวให้ความสำคัญ
ขณะเดียวกัน Arise ยังสามารถเสริม Ecosystem ด้าน AI, Data Center, Cloud และ Digital Services ให้กับ True ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสต่อยอดรายได้ในอนาคตโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง
หนึ่งในสัญญาณเชิงบวกคือ นายซิกเว เบรกเก ยังคงดำรงตำแหน่ง Group CEO ของ True ต่อเนื่อง และยังได้รับบทบาทเพิ่มเติมในฝั่ง Arise ด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล
นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นสัญญาณของความต่อเนื่องเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่การเปลี่ยนผ่านระยะสั้น ทีมงานจากฝั่ง dtac ได้ถูกรวมเป็นพนักงานของ True แล้ว ทำให้การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการในเชิงปฏิบัติ
Arise เป็นบริษัทลงทุนที่ก่อตั้งโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ หลังลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารในเครือ CP เพื่อมุ่งสร้างธุรกิจด้านอนาคต เช่น AI, Data Center, Fintech, Digital Infrastructure และแพลตฟอร์มดิจิทัล
นักวิเคราะห์มองว่า Arise มีลักษณะเป็น Strategic Investor มากกว่าบริษัทอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิม และมีมุมมองสอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านของ True จาก Telco สู่ Digital Platform
ดีลนี้ไม่ได้เปลี่ยนพื้นฐานของ True แต่เป็นการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นที่เข้าใจธุรกิจ และสามารถเสริม Ecosystem ของ True ได้ โดยเฉพาะในตลาด AI–Cloud–Data–Fintech
และนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าที่ราคาปรับลงแรงเป็น Reaction ระยะสั้น ไม่ได้เกี่ยวกับพื้นฐานของหุ้นในระยะยาว