
ดอกเบี้ยลงแต่ต้นทุนไม่ลด! กูรูชี้หุ้นแบงก์–ประกันแข็งแกร่งกว่าตลาดช่วงสั้น
โบรกมองใกล้จบวัฏจักรลดดอกเบี้ยโลก ทำให้ต้นทุนการเงินลดลงจำกัด กดดันหุ้นการเงินบางส่วน แนะเก็งกำไรช่วงสั้นหุ้นแบงก์–ประกัน ประเมิน SET Index ฟื้นในกรอบ 1,250 – 1,280 จุด
KEY
POINTS
- กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% แต่นักวิเคราะห์มองว่าวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงใกล้สิ้นสุด ทำให้ต้นทุนทางการเงินมีโอกาสลดลงได้ยาก
- หุ้นกลุ่มธนาคารและประกันถูกมองว่ามีโอกาสแข็งแกร่งกว่าตลาดในระยะสั้น 1-2 เดือน เนื่องจากได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ยและผลตอบแทนพันธบัตร
- กลุ่มการเงินได้รับผลกระทบเชิงลบจากสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่ไม่ลดลงตามการปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็นที่ กนง. ลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% นั้น เป็นไปตามที่ทางฝ่ายและตลาดคาด
ขณะที่ปรับคาดการณ์ตัวเลข GDP ปี 2568 - 2570 เป็น 2.2%/1.5%/2.3% (ปรับลด ปี 2569 จากเดิม 1.6%) โดยหุ้นกลุ่มเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย ทั้งธนาคารและการเงินผันผวน ตามที่ทางฝ่ายกังวล โดยกลุ่มการเงินมีแรงขายจากการเข้าใกล้จุดสิ้นสุดของวัฏจักรการลดดอกเบี้ย และ การปรับลด GDP ปี 2569 ลง
ทั้งนี้ มองวัฏจักรการปรับลดดอกเบี้ย (rate cut cycle) ในภาพรวมของโลกจะทยอยจบลง ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐฯ และไทย สำหรับสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ปัจจัยบวกที่จะผลักดัน valuation หุ้นเทคโนโลยีให้แพงขึ้นจะเกิดได้ยาก
และมีโอกาสที่หุ้นสหรัฐฯ จะซื้อขายด้วยระดับ PER ที่ลดลง (de-rating) ซึ่งทำให้เงินอาจหมุนเข้าหุ้นที่แพงน้อยลง หรือเข้ากลุ่มหุ้นในเชิงมูลค่า (value) มากขึ้น รวมถึงบางส่วนอาจออกไปยังตลาดอื่น ซึ่งบวกกับเอเชียและตลาดเกิดใหม่ (EMs)
ส่วนผลของการจบวัฏจักรการลดดอกเบี้ยต่อหุ้นไทยนั้น เบื้องต้นคาดจะเกิดสถานการณ์ต่อไปนี้
- โอกาสที่ต้นทุนทางการเงินจะลดลงเกิดได้ยาก (ซึ่งจะเห็นว่าผลตอบแทนพันธบัตรสูงกว่า 2 เดือนก่อนหน้า และลดลงเพียงเล็กน้อยหลังการลดดอกเบี้ย) ซึ่งสถานการณ์ดังจะกระทบเชิงลบต่อกลุ่มการเงินดังที่คาดไว้ว่ากลุ่มดังกล่าวอาจขึ้นน้อย หรือกระทั่งมีแรงทำกำไร
- กลุ่มหุ้นได้ประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ย/ผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น อาทิ ธนาคาร และประกัน มีโอกาสแข็งแกร่งกว่าตลาดในช่วง 1 - 2 เดือนนี้ จากความคาดหวังการจบของวัฏจักรดอกเบี้ย อย่างไรก็กี ในช่วงถัดไป มีโอกาสที่หุ้นจะสะท้อนปัจจัยลบจากเศรษฐกิจ รวมถึง GDP ที่น่าจะอยู่ในระดับต่ำในช่วงต้นปี ช่วงสั้น ทางฝ่ายมองบวกต่อ KBANK, SCB, BBL, BLA, TIPH และ TLI
อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลดดอกเบี้ยรอบนี้ อาจมีไม่มากเพราะต้นทุนทางการเงินเริ่มไม่ลดลง โดยมองกลุ่มที่น่าสนใจ คือ
- บัตรเครดิต KTC จากผลตอบแทนปันผลที่สูง
- กลุ่มโรงไฟฟ้า จากการแข็งค่าของเงินบาท บวกต่อภาระหนี้ต่างประเทศ รวมถึงต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่ลดลง
ภาพรวมกลยุทธ์ มีโอกาสฟื้นตัวในกรอบ 1,250 - 1,280 จุด ทั้งนี้ ตลาดอาจเริ่มมองไปถึงการสิ้นสุดวัฏจักรการปรับลดดอกเบี้ย (ebd of rate cut cycle) ที่กดดันกลุ่มการเงิน และอาจรวมถึงหุ้นปลอดภัยที่ปันผลไม่สูงพอ ช่วงสั้นท่องเที่ยว / ธนาคาร / ประกัน รวมไปถึงหุ้นกลาง-เล็ก ที่ผลการดำเนินงานดี หรือให้ปันผลสูง มีแนวโน้มเป็นเป้าหมายของการเข้าลงทุน







