
MMM เปิดกำไร 9 เดือน พุ่ง 155.81% มั่นใจเทรดวันแรกกระแสตอบรับดี
MMM โชว์กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรก พุ่ง 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.81% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายและบริการ 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51% มั่นใจเข้าเทรดวันพรุ่งนี้ (7พ.ย.68) นักลงทุนให้การตอบรับดี
KEY
POINTS
- MMM เผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก มีกำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เติบโตขึ้น 155.81% และมีรายได้รวม 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51%
- การเติบโตหลักมาจากธุรกิจการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 1,415.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- บริษัทมั่นใจว่าการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) วันแรกในวันที่ 7 พ.ย. นี้ จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
นางสาวณิชา โรจน์วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MMM ผู้นำด้านตัวแทนการขายอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การให้บริการที่ปรึกษาด้านการขายและการตลาดแก่ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ และซื้อขายอสังหาฯ แบบครบวงจร เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศยังคงเผชิญกับแรงกดดันและความท้าทายหลายด้าน แต่ MMM ยังคงรักษาความได้เปรียบทางธุรกิจได้ดีอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 561.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 171.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 18.33% สะท้อนถึงศักยภาพการบริหารธุรกิจท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน
ด้านอัตราการเติบโตของสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ มาจาก 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย
1. ธุรกิจที่ปรึกษางานขายโครงการ (BU1) ดำเนินธุรกิจตัวแทนขายอสังหาริมทรัพย์ แต่เพียงผู้เดียวให้กับเจ้าของโครงการ เพื่อให้บริการแนะนำติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย รวมถึงประสานงานเพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการจนแล้วเสร็จ มีรายได้ 168.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
2. ธุรกิจการบริหารงานขายโครงการ (BU2) ดำเนินธุรกิจตัวแทนขายและรับประกันการขายแต่เพียงผู้เดียว เพื่อให้บริการแนะนำ ติดต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย เพื่อให้เกิดการโอนกรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ซื้อและเจ้าของโครงการจนกว่าแล้วเสร็จ รวมถึงให้บริการบริหารงานขายแบบวางหลักประกันการซื้อ (Hybrid) ซึ่งเป็นการให้บริการ (BU1) ในช่วงแรก และเลือกให้บริการแบบรับประกันการขาย (BU2) มีรายได้ 363.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,415.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
3. ธุรกิจการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (BU3) บริษัทฯ มีรายได้ 30.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.14 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับย้ายบ้านจากตลาดไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) สู่ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai ) ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ MMM มีความพร้อมในการนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นวันแรก
และด้วยจุดเด่นบนความแตกต่างทางธุรกิจเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาฯ รายอื่นๆ ภายใต้แนวคิด “เพื่อนคู่คิด นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ที่มีเครือข่ายนายหน้าอิสระขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจที่เชื่อมถึงกลุ่มลูกค้า
รวมถึงการมีทรัพย์พร้อมขายโดยไม่มีต้นทุนพัฒนาโครงการ ไม่ต้องรอระยะเวลาพัฒนา ไม่ต้องรับประกันและให้บริการหลังการขายที่สำคัญสามารถเลือกทรัพย์ที่พร้อมขายและทำเลที่ต้องการได้ โดยสามารถบริหารหลายโครงการพร้อมกันทั่วประเทศ
ขณะเดียวกันยังสามารถบริหารความเสี่ยงได้ดี เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีภาระดอกเบี้ยจากต้นทุนพัฒนาโครงการ โดยใช้กลยุทธ์ Leverage เพื่อขยายพอร์ตสินทรัพย์สำหรับขายได้ในวงกว้าง และมี Cash Cycle ต่ำ เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นด้วยเม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุน 287.10 ล้านบาทในครั้งนี้ MMM จะเร่งนำไปต่อยอดธุรกิจให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น
มั่นใจการตอบรับดี
นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บมจ.เอ็มเอ็มเอ็ม แคปปิตอล 'MMM' กล่าวว่า ภายหลังที่ MMM แจ้งผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกผ่านเว็ปไซด์ตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมีกำไรสุทธิ 102.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.81% ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นการทุบสถิติสูงสุดอย่างต่อเนื่อง
โดยมีอัตราส่วนสภาพคล่องที่ 7.22 เท่า และอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 68.80 เท่า อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) ที่ 59.29 เท่า และหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้น (IBD/E) ที่ 0.03 เท่า ซึ่งราคาเสนอขายหุ้น PO ที่ 5.50 บาท จะมีอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price To Earnings Ratio: P/E) จากเดิมที่ระบุในหนังสือชี้ชวนที่ 13.49 เท่า จะลดลงเหลือ 11.50 เท่า
จากปัจจัยดังกล่าวถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนเห็นถึงทิศทาง และโอกาสการเติบโตของ MMM ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการเป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ที่สำคัญเป็นบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ดำเนินธุรกิจเป็นตัวแทนขายที่อยู่อาศัยประเภทบ้าน และคอนโดมิเนียม มือ1รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ดี การเข้าทำการซื้อขายในวันพรุ่งนี้ (7 พ.ย.68) ของ MMM เชื่อว่าจะได้การตอบรับที่ดีจากนักลงทุน







