thansettakij
thansettakij
หุ้นไทยวันนี้อยู่ในช่วงพักตัว Sideways กรอบ 1,230 - 1,260 จุด

หุ้นไทยวันนี้อยู่ในช่วงพักตัว Sideways กรอบ 1,230 - 1,260 จุด

19 ส.ค. 68 | 02:58 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ส.ค. 68 | 02:58 น.

โบรกคาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ แกว่ง Sideways ในกรอบ 1,230 - 1,260 จุด ยังคงรอถ้อยแถลงประธาน FED สุดสัปดาห์ ขณะที่ GDP ไทยไตรมาส 2/68 ดีกว่าคาด ประเมินทั้งปีที่ 2% กลยุทธ์เน้นจังหวะย่อเป็นโอกาสสะสม

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) วิเคราะห์หุ้นไทยวันนี้ (19 ส.ค.68) ว่า สัปดาห์นี้ตลาดยังคงจับตาไปที่การแสดงวิสัยทัศน์ของนายเจอโรม โพเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) มีกำหนดการขึ้นพูดในงานประชุม Jackson Hole ในคืนวันที่ 22 ส.ค. นี้

โดยตลาดมีความคาดหวังว่าจะเผย “กรอบนโยบาย” ใหม่ของ FED รวมถึงยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายเงินเฟ้อและการจ้างงาน และอาจส่งสัญญาณมุมมองก่อนการประชุมเดือนกันยายน โดยล่าสุดตลาดยังให้โอกาสการลดดอกเบี้ยสหรัฐฯปีนี้ในเดือนกันยายน ที่ระดับ 83% ท่ามกลางภาคแรงงานสหรัฐฯที่อ่อนแอ ผสานกับภาคการผลิตต่ำคาด รวมถึงเงินเฟ้อที่ยังไม่เร่งขึ้นนัก

ส่วนปัจจัยในประเทศ วานนี้สภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 2/68 ไทย ที่ +2.8% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แม้ลดจากไตรมาส 1/68 ที่ +3.2% แต่สูงกว่าคาดที่ +2.7% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชน +2.1% ชะลอจาก +2.5% ในไตรมาสก่อน

ในขณะที่การลงทุนภาคเอกชนกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ไตรมาสล่าสุด ส่วนการส่งออกเติบโตดี +12.2% (ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งส่งออกก่อนมาตรการภาษีทรัมป์) แต่ภาคท่องเที่ยวอ่อนแอ โดยลดคาดการนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ลงสู่ 33 จาก 37 ล้านคน

อย่างไรก็ดีโดยรวมสภาพัฒน์ฯ ปรับ GDP ไทยปีนี้ขึ้นสู่ 2.0% จากคาดเดิมที่ 1.8% หนุนจากส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนดีกว่าคาด

ด้าน SET ลงมาทดสอบระดับ EMA200 วันตามคาด  มองการปรับฐานรอบนี้เป็นโอกาสซื้อ เน้นหุ้นที่แนวโน้มกำไรเติบโตดีในช่วงถัดไป ดังนั้นจึงคาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้ แกว่ง Sideways ในกรอบ 1,230 - 1,260 จุด

ปัจจัยที่ต้องจับตา

19 ส.ค.

  • ยอดเริ่มสร้างบ้านสหรัฐฯ
  • ใบอนุญาตก่อสร้างสหรัฐฯ

20 ส.ค.

  • รายงานการประชุม FED รอบล่าสุด
  • เงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน
  • สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ

หุ้นเด่นแนะนำ

SAWAD ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์  25.00 บาท

  • กำไรสุทธิไตรมาส 2/68 ดีกว่าตลาดคาด 13% โดยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถกลับมาโตครั้งแรกในรอบ 4 ไตรมาส
  • ด้าน NIM ขึ้นสู่ 14.7% จาก 14% ในไตรมาส 1/68
  • ขณะที่ NPL Ratio ขึ้นเพียงเล็กน้อยสู่ 3.7% จาก 3.6% 
  • แนวโน้มไตรมาส 3/68 คาดยังขยายตัวต่อ จากสินเชื่อเร่งขึ้น NIM เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนรถยึดน้อยลง และรับอานิสงส์ดอกเบี้ยลดลง
  • ขณะที่ Valuation ปัจจุบันเทรดเพียง PE 8 เท่า ต่ำกว่ากลุ่ม