
หุ้นไทยวันนี้เปิดบวก 1,123.27 จุด กูรูวิเคราะห์ยังขาดปัจจัยหนุน
หุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ค.68) เปิดแดนบวก 1,123.27 จุด เพิ่มขึ้น 12.87 จุด พบ CPALL-SCC-GULF-KTC-AOT ราคาเด้ง โบรกวิเคราะห์ SET Index ยังขาดปัจจัยใหม่หนุน แกว่ง Sideway วางกรอบ 1,100 - 1,130 จุด
ความเคลื่อนไหวหุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ค.68 ณ เวลา 10.23 น.) ดัชนีเปิดตลาดที่ระดับ 1,123.27 จุด เพิ่มขึ้น 12.87 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.16% ในระหว่างนี้ดัชนีแกว่งตัวในกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,124.89 - 1,115.47 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 6,648.43 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- CPALL ราคา 44.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท หรือ 0.56% มูลค่าซื้อขาย 554.21 ล้านบาท
- SCC ราคา 175.00 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท หรือ 2.64% มูลค่าซื้อขาย 466.13 ล้านบาท
- GULF ราคา 40.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.26% มูลค่าซื้อขาย 407.42 ล้านบาท
- KTC ราคา 25.25 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท หรือ 1.81% มูลค่าซื้อขาย 344.57 ล้านบาท
- AOT ราคา 31.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท หรือ 4.10% มูลค่าซื้อขาย 299.28 ล้านบาท
หุ้นไทยขาดปัจจัยใหม่
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) วิเคราะห์หุ้นไทยวันนี้ (11 ก.ค.68) ว่า คาด SET วันนี้แกว่ง Sideways ในกรอบ 1,100 - 1,130 จุด ความคาดหวังลดดอกเบี้ยสหรัฐฯในช่วงที่เหลือของปี ยังเป็นแรง ขับเคลื่อนตลาดสินทรัพย์เสี่ยง ขณะที่ไทยยังต้องระวัง ดังนั้นด้านกลยุทธ์ เกี่ยวกับผลการเจรจาการค้าในช่วงถัดไป ยังคงแนะเพิ่มความระมัดระวัง เน้นย่อตั้งรับหุ้นที่แนวโน้ม กำไรดี โดยสำหรับวันนี้แนะนำ “SCC"
จากรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) รอบล่าสุด ระบุว่า กรรมการ FED ส่วนใหญ่ เนื่องจาก คาดการณ์ว่าเป็นเรื่องเหมาะสมที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 68 นี้ คาดว่าผลกระทบของมาตรการภาษีศุลกากรที่มีต่อเงินเฟ้อนั้นจะไม่มากนัก และเป็นผลกระทบชั่วคราว โดยประเมินว่ามีโอกาสจะลดลงได้อีกราว 0.5% โดยคาดจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน ก.ย. และ ธ.ค. ถือเป็นแรงหนุนเชิงบวกต่อการเก็งกำไรในตลาดหุ้นสหรัฐฯ
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ คาดยังรอคอยบทสรุปของการเจรจาการค้าระหว่าง ไทย กับสหรัฐฯ โดยคาดว่าจะได้ผลตอบรับที่ดีขึ้นกว่าการประกาศในรอบที ผ่านมา ซึ่งไทยโดนอัตราภาษีที่สูงถึง 36% แต่อย่างไรก็ดีคงต้องติดตามว่า รอบใหม่เราจะลดลงได้เท่าไหร่
เพราะต้องนำมาเปรียบเทียบกับอัตราภาษี ของประเทศเพื่อนบ้านด้วย ซึ่งประเทศสำคัญอย่างเวียดนามอยู่ที่ระดับ 20% ดังนั้นอาจเป็นประเด็นที่ค่อนข้างยากที่ไทยจะได้ต่ำกว่าระดับดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงต่อการผลิตและส่งออกในช่วงถัดไป
ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ล่าสุดรายงานดัชนีความเชื่อมั่น ผู้บริโภค เดือน มิ.ย. อยู่ที่ 52.7 จุด ลดลงจาก 54.2 จากเดือน พ.ค. และเป็น การลดลงต่อเนื่อง 5 เดือนติดต่อกัน ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง ยังสะท้อน ภาคการบริโภคที่ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยที่ต้องจับตา
10 ก.ค.
- ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ
14 ก.ค.
- ยอดส่งออกจีน
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมญี่ปุ่น
15 ก.ค.
- เงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยูโรโซน & จีน
- GDP ไตรมาส 2/68 จากจีน
- ยอดค้าปลีกจีน
หุ้นเด่นแนะนำ
SCC ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 180.00 บาท
- คาดกำไรไตรมาส 2/68 ยังฟื้นตัวต่อเนื่อง จากไตรมาสก่อน จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นทั้ง PE, PP และ PVC, ผสานการปรับราคารขายในกลุ่มซีเมนต์ขึ้นเป็น 400 บาทต่อตัน
- ส่วนด้านธุรกิจบรรจุภัณฑ์คาดดีขึ้นเช่นกันจากปริมาณขายที่ เพิ่มขึ้น และต้นทุนการผลิตที่ลดลง
- ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ PBV 0.6 เท่า ยังอยู่ในระดับที่เก็ง กำไรได้







