thansettakij
thansettakij
Liberator คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ 9 ธ.ค.67 ฟื้นตัว กรอบ 1,440-1,460 จุด

Liberator คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ 9 ธ.ค.67 ฟื้นตัว กรอบ 1,440-1,460 จุด

09 ธ.ค. 67 | 02:41 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ธ.ค. 67 | 02:41 น.

บล.ลิเบอเรเตอร์ คาด SET Index วันนี้ 9 ธ.ค.67 ฟื้นตัว ในกรอบ 1,440-1,460 จุด ปัจจัยในประเทศยังติดตามมาตรการกระตุ้นต่างๆ ของรัฐฯ กลยุทธ์เน้นย่อสะสมหุ้นที่อิงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ วันนี้แนะนำ SAWAD

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ 9 ธ.ค.67 “ฟื้นตัว” ในกรอบ 1440-1460 จุด โดยปัจจัยต่างประเทศนั้น มีผลจากวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน พ.ย. เพิ่มขึ้น 2.27 แสนตำแหน่ง สูงกว่าคาดเล็กน้อยที่ 2.2 แสนตำแหน่ง

ขณะที่ด้านอัตราการว่างงาน เดือน พ.ย. ขยับขึ้นสู่ระดับ 4.2% จากเดือน ต.ค. ที่ 4.1% และสูงกว่าตลาดคาดที่ระดับ 4.1% เช่นกัน โดยจากอัตราการว่างงานที่เร่งขึ้นมากกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดมีมุมมองต่อโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยสหรัฐฯในครั้งสุดท้ายของปี (17-18 ธ.ค.) มากยิ่งขึ้น

โดยล่าสุดจากเครื่องมือ FED Watch tool ให้โอกาส 85% ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะตัดสินใจลดดอกเบี้ยนโยบบายลง 0.25% สูงถึงระดับ 85% ในรอบนี้

ด้านปัจจัยในประเทศนั้น มองว่ายังอยู่บนความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากภาครัฐฯเพิ่ม โดยสำหรับสัปดาห์นี้ แนะติดตามวันที่ 11  ธ.ค. ทางด้านกระทรวงการคลัง, ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ เตรียมแถลงมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน SME-บ้าน-รถ

ส่วนวันที่ 12 ธ.ค. นายกฯจะมีการแถลงผลงานของรัฐบาลในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ “2568 โอกาสไทยทำได้จริง” ซึ่งจะสรุปในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำอะไรบ้าง, ปัจจุบันทำอะไรอยู่ และในอนาคตประเทศไทยจะเดินไปทิศทางไหน

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ยังคงแนะจังหวะย่อสะสมหุ้นพื้นฐานดีที่ Valuation ไม่แพง  โดย sector ที่น่าสนใจแนะนำ ไฟแนนซ์, โรงพยาบาล, โรงไฟฟ้า, นิคมอุตสาหกรรม, ยางพารา และ ค้าปลีก 

ปัจจัยที่ต้องจับตา

09 ธ.ค.67

  • ดัชนี CPI และ PPI ของจีน

10 ธ.ค.67

  • ดุลการค้าจีน (นำเข้า-ส่งออก)

11 ธ.ค.67

  • ดัชนีเงินเฟ้อ CPI ของ สหรัฐฯ
  • สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ สหรัฐฯ 
  • แถลงมาตรการแก้หนี้ SME-บ้าน-รถ 

หุ้นเด่นแนะนำ

SAWAD ราคาเปาหมายเชิงกลยุทธ์ 45.00 บาท การขาดทุนจากรถยึดมีทิศทางที่ลดลงเรื่อยๆ โดยพบว่าราคารถยนต์มือสองไม่ได้ปรับลดลงมากแล้ว หนุนคุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ผสานกับสถานการณ์หุ้นกู้เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น คาดจะเป็นแหล่งเงินทุนที่ดีในการเร่งปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/67 โดยสรุปคาดจะหนุนให้กำไรไตรมาส 4/67 มีโอกาสปรับขึ้นทั้งเทียบจากไตรมาสก่อน และเทียบจากช่วงเดียวกันในปีก่อน ผสานกับคาด SAWAD จะกลับมาติด SET50 รอบนี้ เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม

SGC ราคาเป้าหมาย 1.96 บาท คาดกำไรครึ่งหลังปี 67 จะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของโครงการ SG Finance+ ซึ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อมือถือที่สามารถล็อกได้หากผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้ NPL Ratio อยู่ในระดับต่ำ ผสานกับการปลดล็อกการเพิ่มทุน จะหนุนให้ SGC ผ่อนคลายดอกเบี้ยจ่าย และมีเม็ดเงินเพิ่มเติมในการปล่อยสินเชื่อ หนุนปี 68 กำไรจะเติบโตแบบก้าวกระโดด 

MTC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 1,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน และเติบโต 3% จากไตรมาสก่อน ทำจุดสูงสุดใหม่ แรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่ขยายตัว 3% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 15% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ผสานกับคุณภาพสินทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยหนี้ Stage 2 ลดลงสู่ระดับ 8% ของสินเชื่อรวม จาก 9% ในไตรมาส 2/67 และอัตราส่วน NPL ลดลงสู่ระดับ 2.82% จาก 2.88%

AP ราคาเป้าหมาย 11.5 บาท คาดกำไรไตรมาส 4/67 จะขยายตัวทั้งจากไตรมาสก่อน และจากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน ทำจุดสูงสุดของปี จากการรอโอน backlog ในไตรมาส 4 ที่สูงราว 1.18 หมื่นล้านบาท ผสานแผนเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 4/67 กว่า 13 โครงการ มูลค่าราว 1.8 หมื่นล้านบาท ส่วนภาพปี 68 คาดกลับมาเติบโตได้ 9% Valuation ปัจจุบันเทรด PE2025 ที่เพียง 4.8 เท่า ขณะคาดอัตราปันผลสูงราว 7% ต่อปี  

DOHOME ราคาเป้าหมาย 12 บาท แนวโน้มยอดขายสาขาเดิมในช่วงเดือน ต.ค. และ พ.ย. มีทิศทางขยายตัว หนุนโอกาส SSSG ในช่วงไตรมาส 4/67 พลิกกลับมาเป็นบวก แรงหนุนจากเงินเบิกจ่ายภาครัฐฯที่กลับมาเร่งตัวขึ้น ผสานการซ่อมแซมบ้าน หลังผ่านพ้นเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงไตรมาส 3/67 อีกทั้งยังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นก็มีแนวโน้มขยายตัวขึ้น กว่าในช่วงไตรมาส 3/67 จากราคาเหล็กที่เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น

WHA ยังมีมุมมองเชิงบวกจากการลงทุนในไทยปี 67 ที่มีทิศทางที่ดีขึ้น สอดคล้องกับมูลค่า FDI ปี 66 ที่เติบโตกว่า 73% จากเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน โดยนักลงทุนจีนเข้ามาสูงสุด จากอุตสาหกรรม EV บริษัทตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจโลจิสติกเพิ่มอีก 2 แสน ตร.ม. ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม จะขยายเพิ่มอีก 2,070 ไร่ รวมทั้งจะมีการขยายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์รวม 2.13 แสน ตร.ม.

AMATA คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/67 ยังคงขยายตัวได้ดี โดยประเมินยอดโอนที่ดินคาดจะสูงขึ้น โดยมี Backlog ล่าสุดสูงราว 1.94 หมื่นล้านบาท แรงหนุนจากความตึงเครียดระหว่างประเทศ คาดจะหนุนโอกาสการย้ายฐานการผลิตจากจีนและไต้หวันเข้าสู่ไทยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเห็นสัญญาณของอัตรากำไรขั้นต้นที่มีทิศทางที่ขยับสูงขึ้นเป็นแรงหนุนเพิ่มเติม