
โบรกคาดสิ้นปี 67 ทุนต่างชาติติดลบกว่า 1.4 แสนล้าน
กูรูคาดสิ้นปี 67 ทุนต่างชาติติดลบเกือบ 1.4 แสนล้าน และปี 68 อาจยังติดลบต่อ หลังความน่าสนใจในตลาดทุนไทยไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ชี้หากรัฐฯดันการลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง อาจหนุนความเชื่อมั่นกลับมา คาดดัชนี SET Index สิ้นปีนี้แตะ 1,500 จุด
จากการเทียบสถิติกระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 พบว่า เม็ดเงินทุนต่างชาติยังคงอยู่ในสถานะขายสุทธิ มูลค่ารวม 13,736.04 ล้านบาท แม้ลดลงกว่าเมื่อเทียบกับเดือนตุลาคม ที่มีสถานะขายสุทธิทั้งสิ้น 28,166.24 ล้านบาท แต่ภาพรวม 11 เดือนแรกปี 67 ทุนต่างชาติยังมีสถานะขายสุทธิ 137,243.48 ล้านบาท
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เปิดเผยว่า มองว่าเม็ดเงินทุนต่างชาติภาพรวมทั้งปี 67 นี้ จะมีสถานะขายสุทธิรวมกว่า 1.3-1.4 แสนล้านบาท แม้ว่าจะยังคงอยู่ในโซนติดลบต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ก็ดีขึ้นกว่าปี 66 ที่ติดลบ 192,489.94 ล้านบาท
และในช่วงเดือนธันวาคมนี้ มองว่ายังคงเป็นลักษณะการซื้อสลับขายเช่นเดียวกัน ต้องยอมรับว่าความน่าสนใจในตลาดทุนไทยปี 67 ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วโดยเฉพาะสหรัฐฯ และคาดการณ์ว่าในปี 68 เม็ดเงินทุนต่างชาติในตลาดทุนไทยอาจยังมีแนวโน้มอยู่ในโซนติดลบต่อไป โดยการเข้ามาอาจเล่นเป็นรอบ
ปัจจัยหลักๆ เป็นผลมาจากการเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างเต็มตัวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้คนมีความคาดหวังต่อการเดินหน้ามาตรการทางเศรษฐกิจต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องของการลดภาษีนิติบุคคลลง ทำให้บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยิ่งมีความคึกคัก
ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยหากต้องการให้กระแสเงินทุนต่างชาติกลับอข้ามาอย่างมีนัยสำคัญอีกครั้ง อาจต้องขึ้นอยู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่มีทำให้เกิดขึ้นได้จริง และมีการลงทุนที่มากขึ้น เพราะความไม่แน่นอนของการลงทุนภาครัฐส่งผลต่อความเชื่อมั่นในสายตาของต่างชาติมาก
"ต้องยอมรับว่า P/E ตลาดหุ้นในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 15-16 เท่า นับว่าไม่ได้ถูกเลย เทียบกับ GDP ไทย ที่คาดว่าในปี 67 จะอยู่ที่ประมาณ 2.5-2.6% และในปี 67 จะอยู่ที่ 3.1-3.2% ซึ่งหากว่าเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มี P/E อยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ GDP มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าประเทศไทย"
สำหรับกลุยทธ์การลงทุน มองว่าในช่วงที่เหลือของปี 67 และต่อเนื่องไปถึงปี 68 ธีมหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มการท่องเที่ยว คาดว่าในปีนี้ยอดนักท่องเที่ยงจะโตได้ตามเป้าหมาย 35 ล้านคนได้ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในปีหน้า และกลุ่มหุ้นที่อิงกับการลงทุนภาครัฐฯและอิงเศรษฐกิจในประเทศ
นอกจากนี้ มองหุ้นอิงกระแส AI และ DATA Center ก็น่าสนใจ โดยมองว่า INSET ค่อนข้างน่าจับตา เพราะเป็นผู้ให้บริการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ, ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม และธุรกิจซ่อมบำรุงและให้บริการในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม มีศักยภาพในการแข่งขันราคากับผู้เล่นต่างประเทศ ในงานระดับ Hyperscale อีกทั้งราคาหุ้นในปัจจุบันไม่ได้แพงมากเมื่อเทียบกับ DELTA ที่เกินเป้าหมายไปมากแล้ว
อย่างไรก็ดี ประเมินกรอบดัชนีตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นไว้ที่ระดับ 1,430-1,460 จุด และคาดว่าสิ้นปียังมีโอกาสที่จะกลับไปแตะระดับ 1,500 จุด ได้ ในขณะที่ปี 68 ไว้ที่ระดับ 1,600 จุด







