
FETCO ชี้ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยลด หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนฟื้น
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน เดือนต.ค. เข้าเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" รับปัจจัยบวก รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ ดอกเบี้ยลด ท่องเที่ยวโต แนะติดตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การเลือกตั้งสหรัฐฯ สร้างความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย หรือ FETCO เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนต.ค. 67 ที่สำรวจระหว่างวันที่ 20-31 ต.ค. 67 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ม.ค.68) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
ซึ่งนับว่าต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองติดต่อกัน ที่ระดับ 160.66 โดยนักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เงินเฟ้อ รองลงมา คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ เป็นต้น
นอกจากนี้ ผลสำรวจ ณ เดือนต.ค. 67 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับลดลง 6% อยู่ที่ระดับ 138.71 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับลดลง 14.3% อยู่ที่ระดับ 150.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศทรงตัวอยู่ที่ระดับ 140.00 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับลดลง 10.0% อยู่ที่ระดับ 180.00
ทั้งนี้ ในช่วงเดือนครึ่งแรกของเดือนต.ค. 67 SET Index ปรับตัวในกรอบแคบ ก่อนจะปรับตัวขึ้นในช่วงกลางเดือนหลังได้แรงกระตุ้นจากการที่ กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% มาอยู่ที่ 2.25% และปรับตัวลงในเวลาต่อมาจากแรงขายทำกำไรของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติจากมุมมองว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะยังไม่เร่งลดดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนของผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
โดย SET Index ณ สิ้นเดือนต.ค. 67 ปิดที่ 1,466.04 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนตุลาคม 2567 อยู่ที่ 54,750 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 27,968 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิกว่า 122,757 ล้านบาท
ปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตามได้แก่ สถานการณ์ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความกังวลว่าอาจเกิดการลุกลาม ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 5 พ.ย. 67 และทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีความผันผวน รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนหลังมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของรัฐบาลจีน
ส่วนปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ แรงหนุนจากการท่องเที่ยวและส่งออกซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว แนวโน้มของเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสถียรภาพทางการเงินซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจของ กนง. ในการลดดอกเบี้ยในการประชุมครั้งถัดไป
รวมไปถึงแรงหนุนจากการซื้อกองทุน ThaiESG และกองทุนวายุภักษ์ในช่วงท้ายของปี รวมถึงผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาส 3/67 ที่คาดว่าจะออกมาดีในทิศทางเดียวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
สรุปผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน
- ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ม.ค. 68) อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก” (ช่วงค่าดัชนี 160-200) ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง ที่ระดับ 160.66
- ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนสถาบัน อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ในขณะที่กลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
- หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM)
- หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)
- ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ รองลงมา คือ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว
- ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด ได้แก่ สถานการณ์เงินเฟ้อ รองลงมา คือ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองในประเทศ







