thansettakij
thansettakij
ตลาดหุ้นไทยโมเมนตัมขาขึ้น ระยะสั้นแตะเบรคดัชนี 1,370 จุด รอปัจจัยใหม่หนุน

ตลาดหุ้นไทยโมเมนตัมขาขึ้น ระยะสั้นแตะเบรคดัชนี 1,370 จุด รอปัจจัยใหม่หนุน

27 ส.ค. 67 | 08:41 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ส.ค. 67 | 08:41 น.

กูรูมองโมเมนตัมตลาดหุ้นไทยยังเป็นขาขึ้น ระยะสั้นแกว่งตัวกรอบแคบ หลังถูกดึงขึ้นมากว่า 100 จุดในเวลาอันสั้น ชี้แนวต้านสำคัญไม่พ้น 1,370 จุด ที่เป็นเส้น 200 วัน กลยุทธ์ลงทุนรอจังหวะย่อ-ทยอยซื้อ แนะเลือกหุ้นธีม Domestic Play

นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ 27 ส.ค. 2567 มองว่าเป็นการแกว่งตัวเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ เนื่องจากรอปัจจัยใหม่เข้ามาช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนจากทั้งในและต่างประเทศ

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาดัชนีตลาดหุ้นไทยถูกดึงขึ้นมาเยอะ ประมาณ 100 จุด ในเวลาอันสั้น ทำให้มองว่าในระยะนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจึงยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ ต่อไป โดยมองว่าการปรับตัวขึ้นไปก็คงไม่พ้นจุดแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,370 จุด ซึ่งเป็นเส้นแนวต้านในรอบ 200 วัน

ทั้งนี้ มองว่าโมเมนตัมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ (26-30 ส.ค. 2567) ยังคงเป็นขาขึ้นอยู่ เนื่องจากได้รับปัจจัยเชิงบวกจากการปลดล็อกทางการเมือง ซึ่งจากนี้ก็ต้องรอดูการผลักดันนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ว่าจะสามารถเข็นส่วนไหนออกมากระตุ้นเศรษฐกิจได้ก่อนบ้าง

ส่วนปัจจัยจากต่างประเทศ จับตารอตัวการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจของฝั่งสหรัฐฯ ร่วมด้วย แต่อย่างไรก็ดี จากการ "นายเจอโรม พาวเวล" ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ได้กล่าวสุนทรพจน์ตอกย้ำว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนกันยายนนี้ ก็เป็นโอกาสที่ดีของตลาดหุ้นไทย

โดยคาดว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเป็นผลมาจากเศรษฐกิจที่ถดถอย ส่งผลทำให้ส่วนต่างค่าเงินบาทและดอลลาร์เริ่มแคบลง ส่งผลทำให้นักลงทุนต่างชาติมองหาการลงทุนยังสินทรัพย์ อื่นๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงหันกลับมามองการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ซึ่งตลาดทุนไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมาย

ทั้งนี้ มองว่าเป็นโอกาสในการซื้อสะสมโดยเฉพาะหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ หรือ หุ้นที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจในประเทศ (Domestic Play) เนื้องจากที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันมามาก ตั้งแต่วิกฤตโรคระบาด ซึ่งตอนนี้ราคาเริ่มกลับมาดูมีความหวังมากขึ้น โดยกลยุทธ์ให้รอดูจังหวะย่อตัวค่อยทยอยซื้อสะสม

ทางฝ่ายมีมุมมองเป็นบวกกับกลุ่มหุ้น ดังต่อไปนี้

  • หุ้นค้าปลีก แนะนำ CPALL ผลการดำเนินงานครึ่งแรกปีทำกำไรสูงกว่า 6,000 ล้านบาท แม้ไตรมาส 3/2567 จะไม่ใช่ไฮซีซัน แต่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ความต้องการบริโภค
  • หุ้นกลุ่มธนาคาร แนะนำ KBANK เพราะมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี NPL ในไตรมาส 2/2567 สามารถรักษาระดับได้ดีใกล้เคียงเดิม รวมทั้งพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่เป็นฐานของรายย่อย SMEs
  • หุ้นกลุ่มไฟแนนซ์ เช่น จำนำทะเบียนรถ MTC ที่ปล่อยสินเชื่อส่วนใหญ่ให้กับกลุ่มรากหญ้า คุณภาพสินทรัพย์ดี เป็นอีกหุ้นที่เรียกได้ว่าปลอดภัย ขณะเดียวกัน กลุ่ม JMART ทั้ง JMT SINGER ก็ดูมีความน่าสนใจ มูลค่าอยู่ในระดับที่ไม่แพง เมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น กำลังซื้อฟื้นตัว คุณภาพลูกหนี้ดีขึ้น ก็เรียกเก็บหนี้ได้ดียิ่งขึ้น เอื้อต่อ JMT และ SINGER ที่มีฐานลูกค้าและการปล่อยสินเชื่อให้กับระดับรากหญ้า เป็นหลัก
  • หุ้นกลุ่มรับเหมา แนะนำ CK เพราะได้รับอานิสงส์จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ และการเปิดประมูลงานโครงการใหม่ๆ ในช่วงครึ่งหลังปี 2567
  • หุ้นกลุ่มบริโภค แนะนำ CPF เพราะความต้องการบริโภคขยายตัว อีกทั้งได้แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวดีอย่างต่อเนื่อง เข้ามาช่วยหนุนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปีนี้ได้อย่างชัดเจน และ COCOCO ที่แนวโน้มการส่งออกขยายตัวอย่างต่อเนื่องตามแผนการขยายตลาด และจะเห็นว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2567 จะมีการเติบโตที่ดีได้ต่อ