
ลุ้นกำไรกลุ่มค้าปลีกไตรมาส 2/67 มุ่งสู่ 1.15 หมื่นล้าน โต 21% ชู CPALL เด่น
กูรูคาดกำไรกลุ่มค้าปลีกไตรมาส 2/67 โต 21% สู่ระดับ 1.15 หมื่นล้าน ตามรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น ยอดขายขยายตัว 6% แตะระดับ 4.4 แสนล้าน ชู CPALL เด่นสุดในกลุ่ม ผลงานโต 29%
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า คาดการณ์กำไรของกลุ่มค้าปลีกในไตรมาส 2/2567 เติบโต 21% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน สู่ระดับ 1.152 หมื่นล้านบาท จากการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น ยอดขายของกลุ่มคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เป็น 4.398 แสนล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาและยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ของกลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคที่เป็นบวก 2.5-4%
ส่วนกลุ่มค้าปลีกสินค้าปรับปรุงซ่อมแซมบ้านคาดว่า SSSG จะติดลบน้อยลงเป็น 2.5-5.5% เนื่องจากฐานต่ำและการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2567 โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทค้าปลีกทั้ง 6 รายจะเพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากการเปลี่ยนแปลง Product mix ซึ่งเน้นไปที่สินค้าที่มีอัตรากำไรสูง ประกอบกับต้นทุนพลังงานที่ลดลง และประสิทธิภาพการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น
ฝ่ายวิจัยคาดว่า บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) หรือ DOHOME จะมีการเติบโตของกำไรสูงสุดในกลุ่มที่ 460% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ในไตรมาส 2/2567 เนื่องจากฐานต่ำในปีก่อนจากการลดราคาครั้งใหญ่ และราคาของเหล็กลดลง บริษัทที่คาดว่าจะมีการเติบโตของกำไรสูงเป็นอันดับสองคือ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เพิ่มขึ้น 42% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จาก SSSG ที่แข็งแกร่งและอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นของ Makro และ Lotus’s รวมถึงฐานกำไรต่ำในไตรมาส 2/2567 จากค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์
ขณะที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL คาดว่าจะมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยเติบโต 29% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากจำนวนลูกค้าของร้านเซเว่นฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงเพิ่มขึ้น ได้แก่ อาหารพร้อมรับประทาน เครื่องดื่ม และ Personal care
ส่วนบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO และ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรจะเติบโตปานกลางที่ 5% และ 4% ตามลำดับ เนื่องจากการขยายสาขาและอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจากสัดส่วนสินค้า private brand มากขึ้น
ขณะที่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC เป็นบริษัทเดียวในกลุ่มค้าปลีกที่ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรลดลง จากช่วงเดียวกันในปีก่อน เนื่องจากอัตราภาษีที่สูงขึ้น อย่างไรก็ดี คาดว่า EBITDA ยังเติบโต 6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่ลดลง
กลุ่มค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคคาดว่าจะมีกำไรที่ดียิ่งขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567 เมื่อเทียบกับครึ่งแรกปีนี้ จากผลกระทบของฤดูกาลและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่กลุ่มค้าปลีกสินค้าปรับปรุงซ่อมแซมบ้านยกเว้น HMPRO คาดว่าจะมีกำไรในครึ่งปีหลัง ลดลงจากครึ่งปีแรก เนื่องจากฤดูฝนในไตรมาส 3 และการใช้จ่ายที่น้อยลงสำหรับสินค้าวัสดุก่อสร้างในไตรมาส 4
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยเห็นอัพไซด์ต่อกำไรของ CPALL ในปี 2567 นี้ จากจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นและแนวโน้มอัตรากำไรสูงขึ้น โดย CPALL ยังคงเป็นหุ้นเด่นในกลุ่มค้าปลีกของฝ่ายวิจัย เนื่องจากการเติบโตที่แข็งแกร่งและ valuation ที่น่าสนใจที่ P/E ปี 2567 ต่ำกว่าเฉลี่ย 5 ปีเกือบ 2 SD โดยฝ่ายวิจัยให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ระดับ 78.00 บาท
*กำหนดแจ้งงบQ2/67
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยการคาดการณ์ตารางการประการผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2567 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ของหุ้นกลุ่มค้าปลีก ประกอบด้วย
- GLOBAL 25 ก.ค.2567
- HMPRO 30 ก.ค.2567
- DOHOME 6 ส.ค.2567
- CPAXT 8 ส.ค.2567
- CPALL และ BJC 13 ส.ค.2567







