thansettakij
thansettakij
BBL อวดกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 พุ่ง 12% แตะ 1.18 หมื่นล้าน แม้ตั้งสำรองเพิ่ม21%

BBL อวดกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 พุ่ง 12% แตะ 1.18 หมื่นล้าน แม้ตั้งสำรองเพิ่ม21%

19 ก.ค. 67 | 07:22 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ก.ค. 67 | 07:22 น.

BBL เผยกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 โต 12% เป็น 1.18 หมื่นล้าน รายได้มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 26% ที่ 1.04 หมื่นล้าน แม้ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น 21.5% จากไตรมาสก่อน ขณะที่เงินให้สินเชื่อครึ่งแรกปีอยู่ที่ 2.71 ล้านล้าน และเงินรับฝากที่ 3.18 ล้านล้าน

ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL รายงานผลประกอบการประจำไตรมาส 2/2567 ว่า มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 11,807 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากไตรมาสก่อนที่ 10,524 ล้านบาท และเติบโต 4.5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 11,294 ล้านบาท โดยมีรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยอยู่ที่ 10,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.0% จากไตรมาสก่อนที่ 8,260 ล้านบาท แต่ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 10,957 ล้านบาท

ปัจจัยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ในระดับเดียวกับช่วงครึ่งแรกปีก่อน จากการที่ธนาคารมีการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ธนาคารมีการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มจากไตรมาสก่อน โดยยังคงยึดหลักความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องในการตั้งสำรอง

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิในไตรมาส 2/2567 อยู่ที่ 33,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 31,487 ล้านบาท แต่ลดลง 0.9% จากไตรมาสก่อนที่ 33,422 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอยู่ที่ 19,208 ล้านบาท ลดลง 2.1% จากไตรมาสก่อนที่ 19,618 ล้านบาท และลดลง 4.5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 20,111 ล้านบาท ด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 10,426 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% จากไตรมาสก่อนที่ 8,582 ล้านบาท และสูงถึง 17.4% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 8,880 ล้านบาท

สำหรับในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 มีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัท อยู่ที่ 22,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันในปีก่อน ที่ 21,423 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 66,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 61,565 ล้านบาท ตามการเติบโตของเงินให้สินเชื่อและการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนของสินทรัพยท์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิกับต้นทุนเงินรับฝากที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 3.05%

โดยที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในช่วงครึ่งแรกปี 2567 อยู่ที่ 18,650 ล้านบาท ลดลง 11.9% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 21,172 ล้านบาท ด้านรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น จากบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวมที่ยังคงเติบโตดี ขณะที่กำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ลดลงตามสภาวะตลาด 

สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกปี 2567 อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมื่อเทียบช่วงเดียวกันในปีก่อน จากการบริหารค่าใช้จ่ายเหมาะสม ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 45.6% ในช่วงครึ่งแรกปี 2567 ธนาคารตั้งขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 19,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนที่ 17,354 ล้านบาท โดยพิจารณาภายใต้หลักความระมัดระวังและรอบคอยอย่างต่อเนื่อง 

ณ สิ้นเดือน มิ.ย. 2567 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่ออยู่ที่ 2,719,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปีก่อนที่ 2,671,964 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่และสินเชื่อลูกค้ากิจการต่างประเทศ ขณะที่เงินรับฝากในช่วงครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 3,184,856 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับเมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ที่ 3,184,283 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 85.4% เพิ่มขึ้น 1.5% จากสิ้นปีก่อนที่ 83.9% 

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือนมิ.ย. 2567 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อรวมที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ 99,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากสิ้นปีก่อนที่ 85,955 ล้านบาท และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อรวมที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.2% เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปีก่อนที่ 2.7% ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยธนาคารมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอยู่ที่ 280,095 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนผ่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิจต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ที่ระดับแข็งแกร่ง 282.5% ลดลง 32.2% จากสิ้นปีก่อนที่ 314.7%