
CIMBT เปิดผลงานครึ่งแรกปี 67 ทำกำไรสุทธิ 1.29 พันล้าน หดตัว 5.4%
"พอล วอง ชี คิน" เผยผลงาน CIMBT ครึ่งแรกปี 67 ทำกำไรสุทธิ 1.29 พันล้าน ลดลง 5.4% จากปีก่อน ตามรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 7.03 พันล้าน ขณธที่สินเชื่อด้อยคุณภาพอยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท
พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) CIMBT เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน มีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,294.6 ล้านบาท ลดลง 74.3 ล้านบาท หรือ 5.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันในปี 2566
โดยมีกำไรก่อนภาษีเงินได้ อยู่ที่ 1,611.0 ล้านบาท ลดลง 117.2 ล้านบาท หรือ 6.8% จากการลดลงของรายได้จากการดำเนินงาน 1.7% และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน 7.7% สุทธิกับผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 22.7%
หากเทียบผลการดำเนินงานระหว่างครึ่งแรกปี 2567 กับ 2566 รายได้จากการดำเนินงานครึ่งแรกปีนี้อยู่ที่ 7,038.3 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันปี 2566 จำนวน 118.4 ล้านบาท หรือ 1.7% เป็นผลมาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงจำนวน 28.3 ล้านบาท หรือ 4.3% หลักๆ เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายค่าธรรมเนียมและบริการ
และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงจำนวน 139.7 ล้านบาท หรือ 2.9% จากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเติบโตสูงกว่าการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย รายได้อื่นเพิ่มขึ้นจำนวน 49.6 ล้านบาท หรือ 3.1% ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน สุทธิกับการลดลงของกำไรสุทธิจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2566 เพิ่มขึ้น 312.0 ล้านบาท หรือ 7.7% หลักๆ เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าเผื่อการด้อยค่าของทรัพย์สินรอการขายและค่าภาษีอากร สุทธิกับการลดลงของค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ต่อรายได้จากการดำเนินงาน 6 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 62.0% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 56.6%
อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (Net Interest Margin – NIM) ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2567 อยู่ที่ 2.2% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 2.7% เป็นผลจากต้นทุนเงินฝากที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 เงินให้สินเชื่อสุทธิจากรายได้รอตัดบัญชี (รวมเงินให้สินเชื่อซึ่งค้ำประกันโดยธนาคารอื่นและเงินให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน) ของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 251.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2566
กลุ่มธนาคารมีเงินฝาก (รวมตั๋วแลกเงิน หุ้นกู้ และผลิตภัณฑ์ทางการเงินบางประเภท) จำนวน 316.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2566 ที่มีจำนวน 310.4 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (Modified Loan to Deposit Ratio) ของกลุ่มธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 79.5% จาก 78.9% ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566
สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs) อยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ต่อเงินให้สินเชื่อทั้งสิ้นอยู่ที่ 2.9% ลดลงจากสิ้นปี 2566 ที่ 3.3% เกิดจากการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพในระหว่างงวด 2567 การบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ การปรับปรุงการบริหารคุณภาพสินทรัพย์และกระบวนการในการเก็บหนี้
อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2567 อยู่ที่ 129.1% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ 124.2% ค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นของกลุ่มธนาคารอยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามเกณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทยจำนวน 1.5 พันล้านบาท
เงินกองทุนรวมของกลุ่มธนาคาร ณ สิ้นวันที่ 30 มิถุนายน 2567 มีจำนวน 59.3 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง 20.8% โดยเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่ 15.5%







