thansettakij
thansettakij
โบรกมอง "ไทยเบฟ" แลกหุ้น “Frasers” จัดระเบียบโครงสร้างธุรกิจ

โบรกมอง "ไทยเบฟ" แลกหุ้น “Frasers” จัดระเบียบโครงสร้างธุรกิจ

18 ก.ค. 67 | 23:00 น.

"ไทยเบฟ" แลกหุ้น Frasers Property ที่มีทั้งหมด ส่งต่อให้ TCCAL พร้อมรับสัดส่วนถือหุ้นใน F&N เพิ่มเป็น 69.61% โบรกมองบริษัทใหญ่ต้องทำเรื่องเป็นทางการ ไทยเบฟเพียงจัดระเบียบโครงสร้างธุรกิจ ไม่มีนัยสำคัญ

จากการที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ "ไทยเบฟ" ออกประกาศว่า InterBev Investment Limited (IBIL) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมของบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาแลกเปลี่ยนหุ้นแบบมีเงื่อนไข (สัญญาแลกเปลี่ยนหุ้น) กับ TCC Assets Limited (TCCAL) จะไม่มีการจ่ายเงินสดจาก IBIL หรือไทยเบฟ

โดยที่ทาง IBIL จะโอนหุ้น Frasers Property Limited (FPL) ที่ถืออยู่ทั้งหมด คิดเป็น 28.78% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วให้กับ TCCAL ทำให้หลังจากนี้ "ไทยเบฟ" จะไม่มีการถือครองหุ้น FPL อยู่ และจะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน F&N (ถือหุ้นทางอ้อมผ่าน IBIL) เพิ่มขึ้นเป็น 69.61%

ในขณะที่ทาง TCCAL จะโอนหุ้น Fraser and Neave Limited (F&N) ที่ถืออยู่ คิดเป็น 41.30% ของหุ้นที่ออกและจำหน่ายแล้วให้กับ IBIL ส่งผลให้จากนี้ TCCAL จะมีสัดส่วนการถือหุ้นใน F&N ลดลงจาก 58.90% เป็น 17.60% ในขณะที่สัดส่วนการถือหุ้นใน FPL จะเพิ่มขึ้นจาก 58.10% เป็น 86.89%

ซึ่งข้อเสนอการแลกหุ้นในครั้งนี้จะดำเนินการในอัตราส่วนประมาณ 1.88 หุ้น FPL ต่อ 1 หุ้น F&N (อัตราส่วนการแลกหุ้น) โดยที่อัตราส่วนดังกล่าวถูกกำหนดจากราคาที่ต่อรองกันระหว่างผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ฝ่าย โดยได้ราคา FPL ที่หุ้นละ 1.89 เหรียญสิงคโปร์  และ F&N หุ้นละ 3.55 เหรียญสิงคโปร์

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการณผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการที่ "ไทยเบฟ" ได้แลกเปลี่ยนหุ้น Frasers Propertyให้กับทาง TCCAL มองว่าเป็นการปรับโครงสร้างทางธุรกิจธรรมดา ไม่ได้มีนัยสำคัญแต่อย่างใด

โดยการที่ "ไทยเบฟ" และเอาหุ้น F&N มาจัดไว้ในพอร์ต เพราะมีสินค้าบริโภคที่หลากหลายตั้งแต่อาาร ขนม และเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ไทยเบฟอยากมุ่งเน้นมากที่สุดมาไว้ใกล้ตัว แต่มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ควรถูกจัดให้ไปอยู่อย่างถูกที่ถูกทาง

แม้ว่า TCCAL ยังมีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ใน F&N อีกเล็กน้อยราว 18% ซึ่งก็อาจยังไม่ได้เห็นการซื้อหุ้นทั้งหมดคืนไปในเร็วๆ นี้ เพราะมองว่าการซื้อหุ้นคืนนอกจากต้องใช้เงินแล้ว กระแสเงินสดในมือต้องพร้อม อีกทั้งยังมีเรื่องของการเสียภาษีเข้ามาร่วมด้วย วิธีการแลกหุ้นไม่ต้องใช้เงินทำให้ไม่โดนเก็บภาษี

คงต้องรอเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ ยกตัวอย่างเช่น TCCAL อาจมีปัญหาเรื่องการขาดทุนอะไรบางอย่าง ทำให้มีความต้องการใช้เงิน ก็เอาหุ้น F&N ส่วนที่เหลือที่มีในมือมาขายให้กับทางไทยเบฟ เพื่อหาเงินสดมาหักล้างกับส่วนที่ขาดทุนไป เป็นต้น ด้วยไทยเบฟเป็นบริษัทขนาดใหญ่และเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (สิงคโปร์) ดังนั้นแล้วการที่จะนำสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งออกจึงต้องทำให้เป็นทางการ การแลกหุ้นครั้งนี้จึงไม่มีอะไรน่ากังวลใจ