thansettakij
thansettakij
กูรูชี้ SYNEX พ้นจุดต่ำสุด กำไรฟื้นตัวดีกว่าปีก่อน รายได้ปี 67 โตมากกว่า 10%

กูรูชี้ SYNEX พ้นจุดต่ำสุด กำไรฟื้นตัวดีกว่าปีก่อน รายได้ปี 67 โตมากกว่า 10%

02 มิ.ย. 67 | 23:00 น.

โบรกมองบวกผลงาน SYNEX ปี 67 รายได้โตมากกว่า 10% จากปีก่อน ชูโรงสินค้ากลุ่ม AI PC และ AI Mobile ที่เริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังปีนี้หนุน เคาะราคาเหมาะสม 13.30 บาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า การเติบโตของรายได้จากการขายของ SYNEX จะดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ในปี 2567 คาดว่าจะอยู่ในระดับ double-digits ซึ่งมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักสำหรับการเติบโต คือ กลุ่มการสื่อสาร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายช่องทาง ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของกลุ่มการค้าและผู้บริโภคน่าจะยังคงซบเซา

ส่วนในไตรมาส 2/2567 โมเมนตัมกำไรจะลดลงจากไตรมาสก่อนจากฤดูกาล แต่จะฟื้นตัวเมื่อเทียบช่วงเดียวันกับปีก่อน จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากนี้ iPad Pro ใหม่จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญสำหรับการเติบโตของรายได้ ในขณะที่ smart wearable ของ Huawei จะเป็นตัว catalyst อีกตัวสำหรับกลุ่มการสื่อสาร

รายได้ในไตรมาส 2/2567 คาดว่าจะเติบโตจากกิจกรรมพิเศษของแบรนด์ และการขยายธุรกิจซอฟต์แวร์ (Autodesk software) อย่างไรก็ดี คาดว่าจะเห็น uptrend ของราคาอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลหน่วยความจำ และผลิตภัณฑ์เฉพาะกลุ่มในกลุ่มผู้บริโภคจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)

คาดว่าในช่วงครึ่งหลังปี 2567 จะมีสัดส่วนรายได้รวมที่มากขึ้นในปี 2567 การเติบโตส่วนใหญ่น่าจะมาจากฐานที่ต่ำ และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยเฉพาะ iPhone 16

นอกจากนี้ AI ควรเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสำหรับการเติบโตของตลาด PC ในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ดังนั้น ทางฝ่ายจึงคงคำแนะนำซื้อ สำหรับ SYNEX โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 13.30 บาท

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยในบทวิเคราะห์ว่า ประเมินไตรมาส 2/2567 รายได้เติบโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่ไม่เด่น สินค้ากลุ่ม Commercial ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แต่เริ่มส่งสัญญาณดีขึ้น

โดยฝ่ายวิจัยคงเป้าหมายรายได้ทั้งปี 2567 เติบโตมากกว่า 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สะท้อนภาพบริษัทฯ คาดหวังในช่วงครึ่งหลังปีนี้ว่ารายได้กลับมาเติบโตเด่น เพราะสินค้ากลุ่ม AI PC และ AI Mobile จะเริ่มเข้าสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังปี 2567

ฝ่ายวิจัยคงประมาณการและราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 13.30 บาทต่อหุ้น อิง PER 17.5 เท่า เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต โดยยังคงคำแนะนำซื้อ เพราะมองว่าหุ้นผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วตามผลประกอบการ คาดเห็นการฟื้นตัวหลักๆ ในครึ่งหลังปี 2567 จากการเข้ามาสู่ตลาดของสินค้ากลุ่ม AI