thansettakij
thansettakij
โบรกคาด MINT ไตรมาส 2/67 พลิกกำไร เข้าไฮซีซันท่องเที่ยวยุโรป

โบรกคาด MINT ไตรมาส 2/67 พลิกกำไร เข้าไฮซีซันท่องเที่ยวยุโรป

22 พ.ค. 67 | 11:30 น.

โบรกลงเสียง MINT ไตรมาส 2/67 พลิกทำกำไร หลังเข้าไฮซีซันท่องเที่ยวยุโรป ขณะที่ไตรมาส 3/67 ได้แรงหนุนจากฟุตบอลยูโรที่เยอรมันและโอลิมปิกที่ฝรั่งเศส พร้อมคาดทั้งปี 67 กำไรสุทธิโต 6% ที่ระดับ 7.6 พันล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยวนบทวิเคราะห์ MINT ว่า เข้าสู่ช่วง High Season ของกลุ่มโรงแรมในยุโรป โดยไตรมาส 2-3/2567 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม B2C (Corporate and business travel) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50% ของรายได้ เทียบเท่าช่วง Pre-COVID จากการกลับมาจัดTrade Fair เพิ่มมากขึ้น

ประกอบกับรับอานิสงส์จาก UEFA EURO 2024 ที่จะจัดขึ้นที่เยอรมนี ที่จะช่วยหนุนยอดเข้าพักช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2567 ให้สูงขึ้น ขณะที่ RevPar ในช่วงเดือนเมษายน 2567 เติบโต 7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยคาดว่ากลุ่มโรงแรมในยุโรปจะเติบโตที่ราว 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ด้าน Maldives เริ่มเห็น RevPar ฟื้นตัวในช่วงเดือนมีนาคม 2567 และคาดว่าจะดีต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/2567

ส่วนกลุ่มร้านอาหารในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายน 2567 มี SSS เติบโต 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และคาดว่าในไตรมาส 2/2567 ร้านอาหารในประเทศจีนจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการเพิ่มบริการเมนูที่ครอบคลุมตลาดที่กว้างขึ้น ประกอบกับการเปิดร้านอาหารในรูปแบบที่มีขนาดเล็กลง ใน Location ใหม่ๆ ทั้งนี้ ตั้งเป้าปรับลด IBD/E ลงมาอยู่ที่ 0.8 เท่า จาก 1.1 เท่า โดยยังคงเน้นการขยายจำนวนโรงแรมผ่าน Asset-Ligh Model จากการที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น หนุนรายได้ท่องเที่ยวของทั้งกลุ่ม

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้คาดไตรมาส 2/2567 พลิกกลับมาเป็นกำไรจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของโรงแรมในยุโรป และคาดผลการดำเนินงานดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/2567 จาก Trade fair และ UEFA หนุนการเติบโตของ ADR ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มที่คำนวนถึงการปรับเพิ่มของต้นทุนไปแล้ว ส่งผลให้ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการทำกำไร

ในขณะที่ Maldives เริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และคาดนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกลุ่มที่ช่วยเติมอัตราการเข้าพักในช่วง Low Season ด้านร้านอาหาร คาด SSS ในไตรมาส 2/2567 ยังสามารถเติบโต Mid Single Digit เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดังนั้น ทางฝ่ายจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท จากการอิงผลประกอบการปี 2567

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยังคงคำแนะนำซื้อ MINT ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 40.00 บาท โดยมีมุมมองเป็นกลางเพราะภาพรวมยังเป็นไปตามคาด ประกอบด้วย

  1. RevPAR รวมเดือนเมษายน 2567 โต 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 21% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) จากยุโรปและไทยที่โตดี
  2. SSSG เดือนเมษายน 2567 กลับมาเพิ่มขึ้นได้ 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากไตรมาส 1/2567 ที่ -3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จาก Swensen's, Sizzler และ Dairy Queen
  3. ปี 2567 ยังมีแผนที่จะลด Net D/E เหลือ 0.80 เท่า จากไตรมาส 1/2567 ที่ 0.98 เท่า โดยนำเงินสดที่มีอยู่มาชำระเงินกู้ยืมระยะยาวบางส่วน ซึ่งจะช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยลง
  4. ยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ใน 3 ปี (ปี 2567-2569) จะอยู่ที่ 8-10% CAGR (ทางฝ่ายคาด 7%) และกำไรจะโตได้ที่ 15-20% CAGR (ทางฝ่ายคาด 10%)

ทั้งนี้ ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการฟื้นตัวในทุกประเทศ โดยเฉพาะที่ไทยและยุโรป ขณะที่ ไตรมาส 1/2567 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดจะกลับมามีกำไรปกติในไตรมาส 2/2567 ซึ่งจะทำจุดสูงสุดของปี จากการเข้าสู่ช่วง High season ที่ยุโรป

และไตรมาส 3/2567 จะโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ได้ต่อเพราะมีแรงหนุนจากฟุตบอลยูโรที่เยอรมันและโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสราคาหุ้นปรับตัวลดลง -1% ใน 1 เดือน ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับ SET เพราะงบไตรมาสแรกปีนี้ ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ไตรมาส 2-3/2567 จะเข้าช่วง High season ที่ยุโรป ด้าน valuation ยังถูกกว่ากลุ่มฯซื้อขาย 2567 EV/EBITDA ที่ 11 เท่า