
โบรกคาด MINT ไตรมาส 2/67 พลิกกำไร เข้าไฮซีซันท่องเที่ยวยุโรป
โบรกลงเสียง MINT ไตรมาส 2/67 พลิกทำกำไร หลังเข้าไฮซีซันท่องเที่ยวยุโรป ขณะที่ไตรมาส 3/67 ได้แรงหนุนจากฟุตบอลยูโรที่เยอรมันและโอลิมปิกที่ฝรั่งเศส พร้อมคาดทั้งปี 67 กำไรสุทธิโต 6% ที่ระดับ 7.6 พันล้านบาท
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยวนบทวิเคราะห์ MINT ว่า เข้าสู่ช่วง High Season ของกลุ่มโรงแรมในยุโรป โดยไตรมาส 2-3/2567 คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่ม B2C (Corporate and business travel) เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 50% ของรายได้ เทียบเท่าช่วง Pre-COVID จากการกลับมาจัดTrade Fair เพิ่มมากขึ้น
ประกอบกับรับอานิสงส์จาก UEFA EURO 2024 ที่จะจัดขึ้นที่เยอรมนี ที่จะช่วยหนุนยอดเข้าพักช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2567 ให้สูงขึ้น ขณะที่ RevPar ในช่วงเดือนเมษายน 2567 เติบโต 7% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยคาดว่ากลุ่มโรงแรมในยุโรปจะเติบโตที่ราว 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ด้าน Maldives เริ่มเห็น RevPar ฟื้นตัวในช่วงเดือนมีนาคม 2567 และคาดว่าจะดีต่อเนื่องไปยังไตรมาส 2/2567
ส่วนกลุ่มร้านอาหารในประเทศไทยช่วงเดือนเมษายน 2567 มี SSS เติบโต 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และคาดว่าในไตรมาส 2/2567 ร้านอาหารในประเทศจีนจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการเพิ่มบริการเมนูที่ครอบคลุมตลาดที่กว้างขึ้น ประกอบกับการเปิดร้านอาหารในรูปแบบที่มีขนาดเล็กลง ใน Location ใหม่ๆ ทั้งนี้ ตั้งเป้าปรับลด IBD/E ลงมาอยู่ที่ 0.8 เท่า จาก 1.1 เท่า โดยยังคงเน้นการขยายจำนวนโรงแรมผ่าน Asset-Ligh Model จากการที่นักท่องเที่ยวจีนเดินทางออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น หนุนรายได้ท่องเที่ยวของทั้งกลุ่ม
จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้นทำให้คาดไตรมาส 2/2567 พลิกกลับมาเป็นกำไรจากการเข้าสู่ช่วง High Season ของโรงแรมในยุโรป และคาดผลการดำเนินงานดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/2567 จาก Trade fair และ UEFA หนุนการเติบโตของ ADR ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มที่คำนวนถึงการปรับเพิ่มของต้นทุนไปแล้ว ส่งผลให้ไม่มีผลกระทบต่ออัตราการทำกำไร
ในขณะที่ Maldives เริ่มเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้น และคาดนักท่องเที่ยวจีนจะเป็นกลุ่มที่ช่วยเติมอัตราการเข้าพักในช่วง Low Season ด้านร้านอาหาร คาด SSS ในไตรมาส 2/2567 ยังสามารถเติบโต Mid Single Digit เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ดังนั้น ทางฝ่ายจึงยังคงคำแนะนำซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 42.00 บาท จากการอิงผลประกอบการปี 2567
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ยังคงคำแนะนำซื้อ MINT ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 40.00 บาท โดยมีมุมมองเป็นกลางเพราะภาพรวมยังเป็นไปตามคาด ประกอบด้วย
- RevPAR รวมเดือนเมษายน 2567 โต 10% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 21% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน) จากยุโรปและไทยที่โตดี
- SSSG เดือนเมษายน 2567 กลับมาเพิ่มขึ้นได้ 2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากไตรมาส 1/2567 ที่ -3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จาก Swensen's, Sizzler และ Dairy Queen
- ปี 2567 ยังมีแผนที่จะลด Net D/E เหลือ 0.80 เท่า จากไตรมาส 1/2567 ที่ 0.98 เท่า โดยนำเงินสดที่มีอยู่มาชำระเงินกู้ยืมระยะยาวบางส่วน ซึ่งจะช่วยลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยลง
- ยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ใน 3 ปี (ปี 2567-2569) จะอยู่ที่ 8-10% CAGR (ทางฝ่ายคาด 7%) และกำไรจะโตได้ที่ 15-20% CAGR (ทางฝ่ายคาด 10%)
ทั้งนี้ ทางฝ่ายยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ที่ 7.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการฟื้นตัวในทุกประเทศ โดยเฉพาะที่ไทยและยุโรป ขณะที่ ไตรมาส 1/2567 จะเป็นจุดต่ำสุดของปี และคาดจะกลับมามีกำไรปกติในไตรมาส 2/2567 ซึ่งจะทำจุดสูงสุดของปี จากการเข้าสู่ช่วง High season ที่ยุโรป
และไตรมาส 3/2567 จะโตเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ได้ต่อเพราะมีแรงหนุนจากฟุตบอลยูโรที่เยอรมันและโอลิมปิกที่ฝรั่งเศสราคาหุ้นปรับตัวลดลง -1% ใน 1 เดือน ที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับ SET เพราะงบไตรมาสแรกปีนี้ ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ขณะที่ไตรมาส 2-3/2567 จะเข้าช่วง High season ที่ยุโรป ด้าน valuation ยังถูกกว่ากลุ่มฯซื้อขาย 2567 EV/EBITDA ที่ 11 เท่า







