thansettakij
thansettakij
“กิติพงศ์”พร้อมลุยนโยบายขับเคลื่อนตลาดหุ้น

“กิติพงศ์”พร้อมลุยนโยบายขับเคลื่อนตลาดหุ้น

16 พ.ค. 67 | 09:55 น.
อัปเดตล่าสุด :16 พ.ค. 67 | 09:55 น.

"กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์" แต่งตัวพร้อมรับตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ อย่างเป็นทางการ 17 พ.ค. 67 นี้ เตรียมสานต่อนโยบาย พิชัย ชุณหวชิร และมาตรการใหม่ภาครัฐ ด้านโบรกเห็นชอบ นักกฎหมายมือฉมัง เข้ามาช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุน

หลังจากที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ได้มีมติเลือกศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ คนที่ 19 แทนนายพิชัย ชุณหวชิร ที่ได้ลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ 

ทั้งนี้ ทาง "ฐานเศรษฐกิจ" ได้มีการติดต่อเข้าไป เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางในการดำเนินงานหลังจากที่ได้ขึ้นมานั่งเก้าอี้ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ ว่าจะมีทิศทางอย่างไรบ้าง และจะมีการปรับแก้ไข หรือดูแลส่วนใดเป็นพิเศษเพิ่มเติมอีกหรือไม่ 

นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยว่า เบื้องต้นจะยังคงเดินหน้านโยบายต่างๆ ที่ นายพิชัย ชุณหวชิร ได้ดำเนินการไว้แล้ว รวมถึงเตรียมพร้อมดำเนินการให้สอดรับกับมาตรการต่างๆ ที่ทางภาครัฐต้องการความร่วมมือต่อไป

นอกจากนี้ นายกิติพงศ์ ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนจะมีการเข้าไปรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 นี้

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่ นายกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ แทน นายพิชัย ชุณหวชิร ที่ลาออกไปนั้น มองว่ามีความเหมาะสม ทั้งในด้านของคุณสมบัติและความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย อีกทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์กับ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด กูรูด้านภาษี และกฎหมายภาษี ที่มีส่วนสำคัญในการทำดีลใหญ่ๆ ให้กับบริษัทจดทะเบียน

อีกทั้ง นายกิติพงศ์ ยังมีความรู้และความเข้าในในการตลาดทุน ซึ่งข้อดีที่มองเห็นในตอนนี้ คือ จากการที่ นายกิติพงศ์ มาจากสายงานทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่สายเงินในตลาดทุนโดยตรง ทำให้ไม่มีส่วนผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน มีธรรมาภิบาล ดังนั้น การทำงานจะทำได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร และหลังจากนี้ไป เชื่อว่าจะเข้ามาช่วยสรางความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้มากขึ้น

ก่อนหน้านี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ประชุมร่วมกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย ผู้ประกอบการธุรกิจหลักทรัพย์ และผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับผลกระทบต่อผู้ประกอบธุรกิจจากสถานการณ์ปัจจุบัน พบว่า ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ตั้งแต่ตันปี 2567 พบว่า ดัชนี SET ปรับตัวลดลงถึง 3.64% ในขณะที่มูลค่าหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากว่า 7.9 แสนล้านบาท

โดยข่าวเชิงลบของบริษัทจดทะเบียนที่เกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 เป็นต้นมา เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากวนให้บรรยากาศการลงทุนปรับตัวลดลงด้วยเช่นเดียวกัน ทั้งกรณีของหุ้น MORE STARK JKN รวมถึงการหยุดเทรดจากรายย่อยจากปัจจัย Naked short sell และ Program trading ส่งผลให้ ดัชนี SET Index ถูกกดลงมาอยู่ที่ระดับ 1,330.24 จุด โดย ณ วันที่ 30 เม.ย. 2567 ดัชนี SET Index อยู่ที่ระดับ 1,367.95 จุด

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ในปี 2567 ดัชนีหุ้น SET และ mai ยังคง Underperform ต่อเนื่องจากปี 2566 เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสำคัญในต่างประเทศ ซึ่งดัชนี SET Index -3.17% และ mai -4.65% โดยในปี 2567 ดัชนีหุ้น SET และ mai ยังคง Underperform ต่อเนื่องจากปี 2566 เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสำคัญในต่างประเทศ ซึ่งดัชนี SET Index -3.17% และ mai -4.65% ภาวะการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ในด้านการลงทุนหุ้น IPO นั้น พบว่า ในปี 2566 บริษัทที่มีราคาหุ้น IPO ต่ำกว่าราคาจองซื้อใน SET ค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับใน mai