thansettakij
thansettakij
หุ้นค้าปลีกเตรียมเด้งรับอานิสงส์ รัฐบาล แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

หุ้นค้าปลีกเตรียมเด้งรับอานิสงส์ รัฐบาล แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท

11 เม.ย. 67 | 20:05 น.
อัปเดตล่าสุด :12 เม.ย. 67 | 02:30 น.

โบรกมองเหรียญ 2 ด้าน แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท มีผลต่อตลาดหุ้นไทย แนะต้องวางเกณฑ์ที่รัดกุมอุดช่องโหว่ เปิดโผหุ้นที่ได้รับอนิสงห์ CPALL CPAXT CRC HMPRO และ KTB

จากประเด็นความชัดเจนของโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต (Digital Wallet) 1 หมื่นบาท  ภายใต้วงเงินงบประมาณ 500,000 ล้านบาท จากแหล่งที่มาของเงิน คือ 

1. เงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 152,700 ล้านบาท ซึ่งได้ขยายกรอบวงเงินงบประมาณในปี 2568 เรียบร้อยแล้ว
2. การดำเนินโครงการผ่านหน่วยงานของรัฐ จำนวน 172,300 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดูแลกลุ่มประชาชนที่เป็นเกษตรกร จำนวน 17 ล้านคนเศษ ผ่านกลไกมาตรา 28 ของงบประมาณปี 2568
3. การบริหารจัดการเงินงบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของรัฐบาล จำนวน 175,000 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณปี 2567 เพิ่งเริ่มใช้ จึงมีเวลาที่รัฐบาลจะพิจารณาว่ารายการใดที่จะสามารถปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงงบกลางที่อาจนำมาใช้เพิ่มเติมในส่วนนี้ถ้าวงเงินไม่เพียงพอได้

โดยทาง ปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ก็ได้ออกมาเปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ว่า ประชาชนจะต้องเข้ามาลงทะเบียน เพื่อยืนยันตัวตนในการรับสิทธิ โดยโครงการเติมเงินดิจิทัล วอลเล็ต จะเริ่มเปิดลงทะเบียนในช่วงไตรมาส 3/2567 และประชาชนจะสามารถใช้จ่ายได้ในช่วงไตรมาส 4/2567 นั้น ทำให้เป็นที่จับตามองต่อไปว่าแล้วจากนี้จะส่งผลอานิสงส์เชิงบวกให้กับตลาดหุ้นไทยได้เพิ่มมากน้อยแค่ไหน

 

สรุปมติบอร์ด Digital Wallet เคลียร์ชัด แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ได้วันไหน

“แจกเงินดิจิทัล” ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เริ่มไตรมาส 4

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า มองว่าหากภาครัฐมีการผลักดันแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท  จนสำเร็จ แน่นอนว่าจะมีผลกระทบในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทยและเศรษฐกิจในประเทศด้วย ทั้งทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ภาครัฐเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ช่วยเหลือสภาพคล่องของผู้ประกอบการที่มีปัญหา ซึ่งกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า ร้านค้าในห้าง ธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อนสร้าง

รวมถึงกลุ่มธุรกิจธนาคารที่ได้ประโยชน์จากการให้บริการแอปฯ ของธนาคาร (กรณีไม่แจก Token) ทั้งนี้ มองว่ากลุ่มหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์จากโครงการดังกล่าวได้แก่ กลุ่มค้าปลีก CPAXT ศูนย์การค้า CRC ธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อนสร้าง HMPRO และธุรกิจธนาคารที่ได้ประโยชน์จากการให้บริการแอปฯ ของธนาคาร KTB เป็นต้น อย่างไรก็ดี จากการรอคอยต่อประเด็นดังกล่าวของนักลงทุนทำให้ในช่วงเดือนที่ผ่านมาดัชนีแกว่งในกรอบแคบ ฉะนัน้เมื่อมีความชัดเจนแล้วดัชนีก็น่าจะเลือกทางเดินต่อไปได้ว่าจะขึ้นหรือลง รวมถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีกและค่าเงินบาทด้วย โดยหุ้นจะขึ้นถ้ารู้สึกว่าโครงการดังกล่าวไม่ก่อหนี้มาก และเงินที่แจกสร้าง Multiplier ให้กับเศรษฐกิจได้จริงๆ

อย่างไรก็ดี เหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ ซึ่งหากมองในมุมกลับกันในแง่ลบเองก็มี อาทิ หากมาตรการไม่รัดกุมเพียงพอ ประชาชนอาจนำเงินมาเก็บโดยไม่ได้ใช้จ่ายทำให้เงินไม่หมุนเวียนตามที่รัฐฯ ต้องการ และจากการจำกัดเขตการใช้จ่ายเงินวงแคบอาจทำให้มีผู้ใช้สิทธิได้ไม่ถึงตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ อาจมีปัญหาในเรื่องของการเรียกเก็บแบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในโครงการของรัฐบาลชุดก่อน รวมถึงหนี้สินของประเทศอาจมากกว่าปกติ และอาจมีผลต่อค่าเงินบาทและหุ้นโดยตรง

 

รัฐบาลดึง Digital Wallet ทุกแบงก์ ร่วมวงแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท

ด้านนายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI กล่าวว่า จากกรณีที่ภาครัฐแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท  มองว่าการที่ภาครัฐผลักดันจนสำเร็จได้ก็จะเป็นผลเชิงบวกต่อเศรษฐกิจ มีเม็ดเงินเข้ามาสู่ระบบมากขึ้น มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น และส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย ทั้งในแง่ของความเชื่อมั่นและความน่าสนใจในการลงทุน เพราะต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาตลาดเจอเรื่องยากๆ มามาก ทำให้บรรยากาศการลงทุนเบาบางลง

แต่จากนี้คงต้องรอข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้งว่า โครงการ Digital Wallet จะมีการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขข้อกำหนดใหม่เพิ่มเติมอีกหรือไม่ เพราะต้องไม่ลืมว่ายังมีเวลาเหลืออีก 3 เดือน ก่อนที่จะเริ่มเปิดให้ใช้งาน ทั้งนี้ มองว่ากลุ่มหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์ดังกล่าวมากที่สุดคือ "กลุ่มค้าปลีก" ได้แก่ CPALL (ราคาเหมาะสม 77.00 บาท) ซึ่งโดยพื้นฐานของหุ้นค่อนข้างน่าสนใจอยู่แล้วด้วยสายป่านที่ยาว แม้ไม่มี Digital Wallet ก็มีการเติบโตที่ดีได้ สอดคล้องไปตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ การบริโภคในประเทศ รวมถึงการท่องเที่ยว

ขณะที่นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า การที่ภาครัฐเดินหน้าผลักดันโครงการ Digital Wallet จนกระทั่งมาถึงขั้นตอนของการนำมติที่ได้รับความเห็นชอบเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป ทำให้โครงการดังกล่าวดูมีความหวังที่จะเห็นความชัดเจนมากขึ้น แน่นอนว่าเป็นผลบวกต่อการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศแน่ๆ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังปี 2567 ที่เริ่มใช้งาน ซึ่งมองว่ากลุ่มหุ้นค้าปลีกที่จะได้รับอานิสงส์ดังกล่าว เพียงด้วยกรอบระยะเวลาและเงื่อนไขในการใช้จ่ายที่ภาครัฐกำหนด มองว่าอาจทำได้เพียงการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะหรือไม่ รวมถึงแหล่งเงินทุนที่จัดหามานั้นเพียงพอแล้วหรือ ซึ่งจุดนี้ก็ยังมองภาพไม่ออก

 

รู้จัก Super App ช่องทางรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้