thansettakij
thansettakij
SGP ราคาก๊าซ LPG พุ่ง 20 เหรียญ ดันยอดไตรมาส 1 มีแววเด่น

SGP ราคาก๊าซ LPG พุ่ง 20 เหรียญ ดันยอดไตรมาส 1 มีแววเด่น

20 มี.ค. 67 | 00:00 น.

SGP ส่งซิกไตรมาส 1/67 ผลงานเด่น หลังราคาก๊าซ LPG ขยายตัวเพิ่มกว่า 20 เหรียญ วางเป้ายอดขาย LPG ปี 67 ยืนเหนือ 4 ล้านตัน โต 11-12% จากปีก่อน อัดงบ 500 ล้านบาท ลุยขยายโรงอัดบรรจุก๊าซในไทย และสร้างโรงงานในมาเลเซีย อัพแกร่ง

นางจินตณา กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP เปิดเผยว่า ประเมินภาพรวมธุรกิจและผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 1/2567 คาดว่าจะมีการปรับตัวดีขึ้นกว่าเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า หลักๆ เป็นผลมาจากราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) (อ้างอิงดัชนี SAUDI ARAMCO CP) ที่ปรับตัวขยายขึ้นมาอยู่ที่ระดับเฉลี่ยกว่า 632 เหรียญต่อตัน เพิ่มขึ้นกว่า 20 เหรียญต่อตันจากไตรมาสก่อนหน้า

เพียงแต่ก็ต้องยอมรับว่าปริมาณการจำหน่ายในประเทศจีนช่วงไตรมาส 1/2567 อาจชะลอตัวลง เนื่องจากมีช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ทำให้มีวันหยุดรากยาวตั้งแต่ 20-30 วัน ดังนั้น ความต้องการใช้ LPG ในอุตสาหกรรมจึงปรับตัวลดลง ขณะที่ในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศไทย มองว่ายังมีความต้องการใช้งานก๊าซ LPG ในทิศทางที่เป็นบวกได้อยู่

แผนการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG แตะที่ระดับ 4,001,000 ตันต่อปี หรือมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ประมาณ 11-12% จากปี 2566 ที่ทำได้อยู่ที่ระดับ 3,613,989 ตันต่อปี  โดยแบ่งสัดส่วนปริมาณการจำหน่ายในปีนี้ออกเป็น ในประเทศไทย 8.6 แสนตัน เติบโต 5.8% จากปีก่อน การจำหน่ายต่างประเทศ (Offshore Trading) 1.5 ล้านตัน เติบโต 13.3%, การจำหน่ายในประเทศจีน 1.35 ล้านตัน โต 11.7%, เวียนนาม 1.1 แสนตัน โต 14.7%, สิงคโปร์ 2 หมื่นตัน โต 7.7%, มาเลเซีย 1.6 แสนตัน โต 4.5% และลาว 1 พันตัน หรือโต 10.7% จากปีก่อน

โดยบริษัทยังคงเป้าหมายการรักษาระดับส่วนแบ่งทางการตลาด ทั้งในส่วนของ LPG ที่ใช่้ในครัวเรือน LPG ในยานยนต์ และ LPG สำหรับอุตสาหกรรม ให้อยู่ที่อันดับ 2 เช่นเดิม หรือมีสัดส่วนอยู่ที่ใกล้เคียงกับเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ระดับ 22.3%, 18.9% และ 23.2% ตามลำดับ

แผนการลงทุนในปี 2567 นั้น บริษัทวางงบประมาณไว้ที่ประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งออกเป็นเพื่อรองรับการลงทุนขยายโรงอัดบรรจุก๊าซในประเทศราว 170 ล้านบาท ในส่วนอีก 330 ล้านบาท ที่เหลือจะให้เพื่อรองรับการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นการลงทุนต่อเนื่องในโครงการก่อสร้างคลังน้ำมันที่ปีนัง ประเทศมาเลเซีย ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จเร็วๆ นี้ เพื่อรองรับการขยายตลาดและสร้างยอดขายในมาเลเซียตะวันตกเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

พร้อมกันนี้ บริษัทยังคงมีความสนใจและเปิดโอกาสในการศึกษาการลงทุนใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันก็มีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจาอยู่ในมือบ้างแล้ว เพียงแต่ยังไม่สามารถระบุรายละเอียดที่ชัดเจนใน เพราะมองว่าการศึกษานั้นต้องใช้ระยะเวลา และต้องดูจังหวะการลงทุนที่เหมาะสมประกอบด้วย