thansettakij
thansettakij
PSH กางแผนไตรมาส 1/67 ลุยเปิดแนวราบ 3 โปรเจ็กต์ มูลค่ารวมกว่า 4.66 พันล้าน

PSH กางแผนไตรมาส 1/67 ลุยเปิดแนวราบ 3 โปรเจ็กต์ มูลค่ารวมกว่า 4.66 พันล้าน

22 ก.พ. 67 | 10:26 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ก.พ. 67 | 10:32 น.

PSH ใส่เกียร์ลุยเปิดโครงการแนวราบใหม่ 3 โปรเจ็กต์ มูลค่ารวมกว่า 4.66 พันล้านในไตรมาส 1/67 วางเป้ายอดขายปี 67 แตะ 2.7 หมื่นล้าน และยอดโอน 2.55 หมื่นล้าน อวดแบ็กล็อก 45 พันล้าน รับรู้รายได้เข้าปีนี้กว่า 3 พันล้าน

นางสาวสุนวีย์ ชับธำรงค์กูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSH เปิดเผยในงาน Opportunity Day ว่า แผนการดำเนินงานในไตรมาส 1/2567 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทซึ่งยังคงเป็นธุรกิจหลัก มีแผนเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครางการทาวเฮ้าส์ จำนวน 2 โครงการ คือ The Connect มินบุรี-นิมิตรใหม่ มูลค่า 1,360 ล้านบาท และ The Connect รังสิต อเวนิว มูลค่า 1,430 ล้านบาท และโครงการบ้านเดี่ยว The Palm บางนา วงแหวน2 มูลค่า 1,870 ล้านบาท

จากเป้าหมายการเปิดโครงการใหม่ทั้งปี 2567 รวมจำนวน 30 โครงการ มูลค่ากว่า 29,000 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการทาวเฮ้าส์ จำนวน 17 โครงการ มูลค่า 11,800 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยว จำนวน 10 โครงการ มูลค่า 13,200 ล้านบาท และคอนโดมิเนียใ จำนวน 3 โครงการ มูลค่า 4,000 ล้านบาท โดยในปี 2567 กลยุทธ์ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น จะมุ่งเน้นในการขยายตลาดกลุ่มบ้านระดับบนเพิ่มมากขึ้น คิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของมูลค่าโครงการรวมที่จะเปิดใหม่ในปีนี้

โดยในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของยอดขายไว้ที่ 27,000 ล้านบาท และการเติบโตของยอดโอนไว้ที่ 25,500 ล้านบาท พร้อมกันนี้ บริษทยังมียอดขายรอการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ในมืออยู่อีกราว 4,500 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้เข้ามาเป็นรายได้ในปีนี้ประมาณ 3,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะรับรู้ในปีต่อไป ขณธเดียวกันก็ยังมีสินค้าสร้างเสร็จพร้อมขายอยู่ในมืออีกมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท (เป็นสัดส่วนแนวราบและคอนโด 50:50) ที่คาดว่าจะเข้ามาสนับสนุนการเติบโตในส่วนของธุรกิจอสังหาฯ ในปีนี้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

ทั้งนี้ ในปี 2567 บริษัทวางเป้าหมายการเติบโตของรายได้รวมไว้ที่ 28,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 25,500 ล้านบาท และธุรกิจ Health care 9-10% สำหรับงบลงทุนในปี 2567 บริษัทวางไว้ที่ประมาณ 22,500 ล้านบาท แบ่งออกเป็น เพื่อรองรับการจัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ 15,000 ล้านบาท รองรับการลงทุนสร้าง E-warehouse 5,000 ล้านบาท และรองรับการเพิ่มศักยภาพให้กับโรงพยาบาลวิมุต 2,500 ล้านบาท เป็นต้น

ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังคงมีความสนใจและเปิดรับโอกาสในการขยายการลงทุนใหม่ๆ ร่วมกับพันธมิตรที่มีศักยภาพเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ และเพื่อเพิ่มการลงทุนกระจายความเสี่ยงไปยังธุรกิจใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ประจำให้กับบริษัทได้ (Recurring income)

สำหรับการร่วมทุนกับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการมิกซ์ยูส ประกอบด้วย โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ และศูนย์บริการด้านสุขภาพ ทำเลสุขุมวิท มูลค่าโครงการประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งหลังปี 2567 นี้, โครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม ย่านพหลโยธิน มูลค่าโครงการ ประมาณ 2,800 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาแบบก่อสร้าง และโครงการบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม ย่านเพชรเกษม มูลค่าโครงการประมาณ 980 ล้านบาท คาดได้เห็นความชัดเจนในปี 2568

ส่วนธุรกิจเฮลท์แคร์ ที่ครอบคลุมบริการทางสุขภาพตั้งแต่โรงพยาบาลวิมุต และโรงพยาบาลเทพธารินทร์ มีการสร้างความร่วมมือ และการลงทุนใหม่ ๆ เช่น การลงทุน เข้าถือหุ้น 25% ในบริษัท เค.พี.เอ็น ซีเนียร์ ฮอสปิตัล กรุ๊ป เตรียมขยายการบริการเนอร์สซิ่งโฮม ตั้งเป้าขยาย 600 เตียงภายใน 3 ปี กลุ่มยังมีแผนลงทุน 3,500 ล้านบาท ขยายโรงพยาบาลเฉพาะทางที่สุขุมวิท ขยายเตียงที่โรงพยาบาลวิมุตเป็น 150 เตียง พร้อมเติบโตสู่เป้า 2,300 ล้านบาทในปี 2567

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ซินเนอร์จี โกรท จำกัด ในเครือพฤกษา ตั้งเป้าโต 5 เท่า ในปี 2567 และหวังสร้างรายได้กว่า 1,000 ล้านบาทใน 3 ปี จะนำเสนอสินค้าและบริการเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยได้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแอปพลิเคชัน MyHaus เพื่อเป็นศูนย์กลางที่จะดูแลทั้งเรื่องความปลอดภัยภายในบ้าน และอำนวยความสะดวกสบายให้ลูกบ้านและนิติบุคคล ด้วยระบบ IOT (Security & Smart Home) ควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ดูแลได้ทั้งบ้านด้วยแอปพลิเคชันเดียว Visitor Management ระบบคัดครองผู้มาเยือน, Facility Booking ระบบจองสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในโครงการ, Repair Management ระบบแจ้งซ่อมแซมบ้าน เพื่อให้สำนักงานนิติบุคคลติดต่อนัดเวลาช่างเข้าซ่อมอย่างมีระเบียบ

รวมไปถึงระบบ Community ที่จะสร้างพื้นที่ให้ลูกบ้านสื่อสารกันได้ ซึ่งได้เตรียมพร้อมที่จะรองรับ การให้บริการแก่ลูกค้าจากกลุ่มเรียลเอสตทของพฤกษา ไปจนถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ Clickzy.com (คลิกซิ) ที่รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ให้เลือกช้อปสินค้าที่เกี่ยวกับบ้าน บริการตกแต่งภายในจาก Zdecor และสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์