thansettakij
thansettakij
THANI รับเศรษฐกิจชะลอตัวกดดัน ปี 66 กำไรสุทธิหดตัว 21.10%

THANI รับเศรษฐกิจชะลอตัวกดดัน ปี 66 กำไรสุทธิหดตัว 21.10%

16 ก.พ. 67 | 05:48 น.
อัปเดตล่าสุด :16 ก.พ. 67 | 05:57 น.

THANI เปิดผลการดำเนินงานปี 66 กำไรสุทธิลด 364.12 ล้านบาท หรือ 21.10% จากปีก่อน ตามการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น และขาดทุนจากการขายรถยึดของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ

นายโกวิท รุ่งวัฒนโสภณ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI เปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการปี 2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,361.57 ล้านบาท ลดลง 364.12 ล้านบาท หรือประมาณ 21.10% จากเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน หลักๆ จากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิต และผลขาดทุนจากการขายรถยึดในส่วนของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ อันเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่มีการฟื้นตัวอย่างไม่ทั่วถึง และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง

และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นตามการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงอุปสงค์ในประเทศที่อ่อนแอและยังคงมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ บริษัทมีรายได้รวม จำนวน 4,609.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275.95 ล้านาท หรือประมาณ 6.37% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน

ในปี 2566 บริษัทมีค่าใช้จ่ายทางการเงินจำนวน 1,171.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 246.26 ล้านบาท หรือประมาณ 26.61% ขณะที่ผลขาดทุน
ด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,047.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 492.62 ล้านบาท หรือราว 88.74%

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อยในไตรมาส 4/2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 161.21 ล้านบาท โดยมีรายไดรวมอยู่ที่ 1,121.86 ล้านบาท ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายทางการเงินอยู่ที่ 318.63 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 193.65 ล้านบาท

ส่วนของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น อยู่ที่ 385.83 ล้านบาท มีสินทรัพย์รวมที่ 55,259.63 ล้านบาท สำหรับหนี้สินรวม อยู่ที่ 42,574.70 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นรวม จำนวน 12,684.93 ล้านบาท

งบการเงินเฉพาะกิจการในไตรมาส 4/2566 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 129.78 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 183.78 หรือ 58.61% มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,077.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วยเดียวกันกับปีก่อน 5.96 ล้านบาท หรือราว 0.56%

ขณะที่ค่าใช้จ่ายทางการเงินมี 318.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน จำนวน 66.64 ล้านบาท หรือ 26.45% ตามการเพิ่มขึ้นของตราสารหนี้ที่ออก เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อ และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นตามภาวะการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาด

ด้านผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นรวมอยู่ที่ 385.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเมื่อเทียยบช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ 149.91 ล้านบาท หรือประมาณ 63.55% โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และผลขาดทุนจากการขายรถยึด