thansettakij
thansettakij
SET คาดฟันด์โฟลว์กลับเข้า 4 วันทำการแรกเดือนก.พ. จาก IMF เพิ่ม GDP ไทยโต 4.4%

SET คาดฟันด์โฟลว์กลับเข้า 4 วันทำการแรกเดือนก.พ. จาก IMF เพิ่ม GDP ไทยโต 4.4%

07 ก.พ. 67 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ก.พ. 67 | 09:25 น.

SET มองฟันด์โฟลว์กลับเข้า 4 วันทำการเดือนก.พ.67 จาก IMF ปรับเพิ่ม GDP ไทยโต 4.4% ชี้เดือนม.ค. 67 ต่างชาติขายสุทธิ 30,870 ล้านบาท ดัชนี SET Index เดือนแรกปีนี้ 1,364.52 จุด ปรับลดลง 3.6% จากเดือนก่อน มอง Price to Book (P/B ratio) ของ SET Index ยังค่อนข้างต่ำ

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP ของไทยในปี 2567 ขยายตัว 4.4% ซึ่งแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 3.6% เนื่องจากอุปสงค์ในต่างประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น และการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐบาลไทยออกมาตรการกระตุ้นด้านการคลัง ขณะที่เงินเฟ้อโลกปรับลงรวดเร็วกว่าคาด

ทำให้เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นความเชื่อมั่นในการลงทุนให้กับต่างชาติเข้ามายังตลาดทุนไทยในช่วง 4 วันทำการของต้นเดือนภุมถาพันธ์ 2567 ซึ่งไม่เพียงตลาดหุ้นไทยแต่เป็นไปในทิศทางเดียวกันของตลาดทั้งภูมิภาค มองว่าเป็นสัญญาณที่ดี และอีกปัจจัยหนึ่งที่จะสร้างความน่าสนใจในการลงทุนได้คือผลประกอบการไตรมาส 4/2566 และทั้งปี 2566 ของบรษัทจดทะเบียน อย่างไรก็ดี คณะกรรมการ FOMC พิจารณาให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% จนกว่าจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า เงินเฟ้อกำลังปรับตัวสู่ระดับ 2% อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2567 มีเงินลงทุนเคลื่อนย้ายออกจากตลาดหุ้นไทย จากการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2566 ที่ขยายตัวต่ำกว่าคาด ส่งผลไปถึงการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนในปี 2566 และหากพิจารณา fund flow ของผู้ลงทุนต่างชาติในช่วง 10 ปีย้อนหลังพบว่า จะมีเงินทุนไหลเข้าเฉพาะในปีที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรอย่างมีนัยสำคัญ

แม้ว่าเงินทุนต่างชาติจะไหลออกแต่สัดส่วนมูลค่าการถือครองหุ้นต่างประเทศเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (market capitalization) ยังคงอยู่ที่ระดับใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยย้อนหลังในอดี นอกจากนี้ หากพิจารณาจากอัตราส่วน Price to Book (P/B ratio) ของ SET Index ยังค่อนข้างต่ำ ขณะที่อัตราตอบแทนจากเงินปันผลของ SET ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.24% ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนในตลาดหุ้นไทยปรับลดลงจากต้นปี 2566 จากปัจจัยกดดันทั้งในและต่างประเทศ

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 SET Index ปิดที่ 1,364.52 จุด ปรับลดลง 3.6% จากเดือนก่อนหน้า โดยให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค และมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันทั้งในตลาด SET และ mai รวมอยู่ที่ 47,111 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 34.6% ผู้ลงทุนต่างชาติกลับมาขายสุทธิหลังจากที่ซื้อสุทธิในเดือนก่อนหน้า ซึ่งในเดือนแรกปีนี้ผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 30,870 ล้านบาท โดยผู้ลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21

ส่วน Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ระดับ 15.5 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.9 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.7 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.7 เท่า โดยอัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ระดับ 3.24% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.31%

ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2567 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ กลุ่มเกษตรและอาหาร และ กลุ่มเทคโนโลยี สำหรับบริษัทจดทะเบียนเข้าใหม่ซื้อขายใน SET เดือนเดือนมกราคม 2557 จำนวน 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ. แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท (ADVICE)

ด้านภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ในเดือนมกราคม 2567 ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 404,435 สัญญา ลดลง 17.3% จากเดือนก่อน สาเหตุสำคัญจากการลดลงของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures