
ดัชนีSET ปิดตลาดแดนบวก 1396.96 จุด ดีดตัว 13.03 จุด ฟันด์โฟลว์เข้า 3.6 พันล้าน
ดัชนีSET ปิดตลาดวันนี้ (6 ก.พ.67) ปิดตลาดที่ระดับ 1396.96 จุด บวก 13.03 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.94% มูลค่าซื้อขายพุ่ง 5.07 หมื่นล้านบาท ส่งซิกฟันด์โฟลว์ไหลเข้า 3.6 พันล้าน ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ชู AOT PTTEP BCH BDMS CPALL ติดท็อป 5 อันดับซื้อขายสูงสุด
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (6 ก.พ.67) ปิดตลาดอยู่ในแดนบวกที่ระดับ 1396.96 จุด เพิ่มขึ้น 13.03 จุด เปลี่ยนแปลง 0.94% มีมูลค่าซื้อขายที่ระดับ 50,709.59 ล้านบาท ระหว่างวันดัชนีดีดตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1400.63 จุด ก่อนที่จะย่อตัวลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1358.92 จุด จากเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 1385.92 จุด
โดยมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
AOT ราคา 64.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท เปลี่ยนแปลง 1.18%
PTTEP ราคา 153.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท เปลี่ยนแปลง 0.66%
BCH ราคา 22.20 บาท ลดลง 0.70 บาท เปลี่ยนแปลง 3.06%
BDMS ราคา 28.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท เปลี่ยนแปลง 0.88%
CPALL ราคา 55.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 เปลี่ยนแปลง 1.83%
สำหรับสรุปมูลค่าการซื้อขาย ณ สิ้นวันที่ 6 เดือน กุมภาพันธ์ 2567 ตามประเภทนักลงทุน ประกอบด้วย
สถาบันในประเทศ ซื้อ 4,053.73 ล้านบาท ขาย 5,194.35 ล้านบาท เป็นมูลค่าการขายสุทธิ 1,140.62 ล้านบาท
บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ซื้อ 4,588.93 ล้านบาท ขาย 5,144.92 ล้านบาท เป็นมูลค่าการขายสุทธิ 555.99 ล้านบาท
นักลงทุนต่างประเทศ ซื้อ 29,074.11 ล้านบาท ขาย 25,460.93 ล้านบาท เป็นมูลค่าการซื้อสุทธิ 3,613.17 ล้านบาท
นักลงทุนในประเทศ ซื้อ 12,992.83 ล้านบาท ขาย 14,909.39 ล้านบาท เป็นมูลค่าการขายสุทธิ 1,916.57 ล้านบาท
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (6 ก.พ.67) กว่า 13 จุดนั้น ปัจจัยหลักๆ เป็นผลมาจาก Valuation ในปัจจุบันที่นับว่าค่อนข้างถูกมาก และแม้รวมกรณีหนักสุดในเรื่องของการปรับลดเกรดของประมาณการการประกาศงบผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนลง ก็ยังคงว่าดัชนีจะแตะที่ระดับ 1400 จุดได้ จึงมองว่าเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าทยอยสะสมในระยะนี้
นอกจากนี้ ตลาดยังคงมีความคาดหวังกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐฯ ที่จะมีออกมาเพิ่มเติม รวมถึงการผลักดันนโยบายดิจิทัลวอลเลต เพราะในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขทางเศรษฐกิจของไทยสะท้อนให้เห็นถึงการเข้าสู่ภาวะซบเซาลงมากๆ ซึ่ง เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก็ยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าผลักดันโครงการดิจิทัลวอลเลตต่อไป ทำให้คาดว่าอาจเป็นอีกชนวนที่ดึงความน่าสนใจในการกลับเข้ามาลงทุนได้ ในส่วนของการปรับอัตราดอกเบี้ยนั้น ก็คาดว่าทาง กนง. จะยังคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเช่นนี้ต่อไปก่อนอีกระยะหนึ่ง
ประกอบกับสังเกตได้ว่า นับตั้งแต่วันที่ 1-2 ก.พ. และต่อเนื่องมาถึงวันที่ 5 ก.พ. 67 กระแสเงินทุนของต่างชาติเริ่มมีสัญญาณการกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง 3 วันทำการติด ทั้งนี้ ทางฝ่ายคาดว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสที่จะแตะระดับ 1400 จุด และอาจเป็นจุดพักตัว และมีเป้าหมายต่อไปที่ระดับ 1420 จุด สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกลงทุนในกลุ่มหุ้นที่มีการจ่ายปันผลสูง อาทิ AP ADVANC INTUCH และ AOT







