
หุ้นไทย (5-9 ก.พ.67)ตามติดผลประชุมกนง.- ฟันด์โฟลว์ คาดดัชนี 1,360-1,415 จุด
บล.กสิกรไทย ประเมินหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (5-9 ก.พ.67) เกาะติดผลประชุมกนง.(7ก.พ.) ฟันด์โฟลว์ คาดดัชนีแกว่งกรอบ 1,360-1,415 จุด
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด ประเมินแนวโน้มหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (5 - 9 ก.พ.67) ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,375 และ 1,360 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,400 และ 1,415 จุดตามลำดับ
โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามได้แก่ การประชุมกนง.(7 ก.พ.) ทิศทางเงินทุนต่างชาติและผลประกอบการงวดไตรมาส 4/66 ของบจ.ไทย
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ข้อมูลการนำเข้าและส่งออกเดือนธ.ค.ดัชนีISM/PMI ภาคบริการเดือนม.ค.รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศอื่นๆ ได้แก่ ดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค.ของจีน ญี่ปุ่น ยูโซนและอังกฤษ รวมถึงดัชนีราคาผู้บริโภคและดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนม.ค.ของจีน
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ( 29 ม.ค.- 2 ก.พ.67 )
ในวันศุกร์ที่ 2 ก.พ.2567 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,384.08 จุด เพิ่มขึ้น 1.16% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 43,617.53 ล้านบาท ลดลง 10.41% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.05% มาปิดที่ระดับ 409.01 จุด
สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 29 ม.ค.- 2 ก.พ.2567 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,980 ล้านบาท แต่มีสถานะเป็น Net Outflows ออกจากตลาดพันธบัตรไทย 7,410 ล้านบาท (ขายสุทธิพันธบัตร 7,400 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 10 ล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทยรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยพลิกกลับมาปิดบวก หลังแกว่งตัวผันผวนช่วงต้นสัปดาห์ ทั้งนี้หุ้นไทยดีดตัวขึ้นช่วงต้นสัปดาห์ ขานรับปัจจัยบวกจากข่าวการลงนามข้อตกลงฟรีวีซ่าไทย -จีนเป็นการถาวร ก่อนจะย่อตัวลงในช่วงกลางสัปดาห์ตามแรงขายของนักลงทุนก่อนการประชุมเฟด ประกอบกับมีปัจจัยลบเข้ามาเพิ่มเติม เช่น ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนที่รายงานโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (ซึ่งอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 สะท้อนภาวะการหดตัวของภาคการผลิต) ความกังวลต่อประเด็นทางการเมืองในประเทศ และรายงานข่าวเกี่ยวกับการเตรียมปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยของธปท.
อย่างไรก็ดี หุ้นไทยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ตามแรงซื้อของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติหลังเฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 5.25
-5.50% ตามคาด ประกอบกับมีแรงหนุนจากสัญญาณบวกของทิศทางหุ้นต่างประเทศ และแรงซื้อคืนหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มไฟแนนซ์ เทคโนโลยี และพลังงาน







