
ASP กางแผน 3 ปี (67-69) รายได้โตเฉลี่ยกว่า 10-15%
"ก้องเกียรติ โอภาสวงการ" แม่ทัพใหญ่ ASP ปักธง 3 ปี คาดรายได้โต 10-15% ต่อปี พร้อมกางกลยุทธ์ 4 ธุรกิจขับเคลื่อนทั้งในแง่รายได้และกำไรโตตัวเลข 2 หลัก
ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ในปี 2567 นี้ จะมีการเติบโตที่ไม่น้อยกว่า 10-15% ซึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญยังคงมาจาก ทั้ง 4 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจด้านการลงทุน ธุรกิจด้านจัดการทรัพย์สิน และธุรกิจที่ปรึกษา เป็นต้น
โดยธุรกิจด้านการลงทุน ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตการลงทุนรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ประมาณ 1,000-1,500 ล้านบาท กิจการนอกตลาด 400 ล้านบาท ที่เหลือเป็นการลงทุนอื่นๆ เช่น หุ้นและหุ้นกู้ต่างประเทศ โดยพอร์ตการลงทุนโดยรวมของบริษัทยังกระจายความเสี่ยงหลายประเทศ ในหลากหลายสินทรัพย์ และหลายประเภทการลงทุน เป็นการปรับพอร์ตลงทุนเพื่อชดเชยธุรกิจโบรกเกอร์ที่ชะลอตัว แต่ธุรกิจอีก 3 แกนหลักยังเติบโตได้ดีอยู่ ขณะเดียวกันบริษัทก็เตรียมเงินลงทุนโดยตรงในกิจการนอกตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) และ ธุรกิจสตาร์ตอัปต่างๆ ราว 400 ล้านบาท ทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินและไม่ใช่การเงิน
ทั้งนี้ เป้าหมายในระยะ 3 ปีข้างหน้า (2567-2569) บริษัทยังคงตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ไว้ที่เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10-15% ต่อปี เนื่องจากมีธุรกิจ 4 แกน การตั้งเป้าเติบโตปีละ10-15% เป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่จะทำเพิ่มปี 2567 นี้ คือ เรื่องการลงทุน ซี่งใน 3 ปีข้างหน้า โครงสร้างธุรกิจเป็นไปตามสถานการณ์ เพราะธุรกิจทั้ง 4 แกน มีความไม่แน่นอนสูง โอกาสที่ไหนดีกว่าก็จะพิจารณา แม้กระทั่งคริปโตเคอเรนซี่ในช่วงที่ผ่านมาก็มีการศึกษาด้วยเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการเข้าไปลงทุนเพราะดูแล้วเปลี่ยนเร็วมากทำให้การลงทุนอาจเจ็บตัวได้
กลุ่มบริษัทเอเซียพลัส ให้ความสำคัญต่อนโยบายการพัฒนาธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Diversification (การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ให้กลุ่มบริษัท) ส่งผลให้กลุ่มบริษัทยังเป็นผู้นำในกลุ่มธุรกิจการเงินครบวงจรอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในปีนี้บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กรในระยะ 3 ปี เพื่อใช้เป็นแนวทางให้ทุกหน่วยงานในองค์กรดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน และเพื่อสนับสนุนให้บริษัทสามารถบรรลุเป้าหมายการเติบโตในระยะยาว
กลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กรในระยะ 3 ปี (ปี 2567-2569) มี 4 แกนหลักที่สำคัญ ได้แก่
- Product & Value มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้มีความหลากหลาย และส่งมอบคุณค่าที่สร้างความพึงพอใจในระดับที่สูงสุด
- Process & Customer Experience โดยการนำเอาเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงานและการบริการ เพื่อมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- Brand Value & perception มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะการปรับภาพลักษณ์บริษัทให้ทันสมัยและเหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth)
- People & Innovation พัฒนาศักยภาพของบุคลากรโดยมุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ในด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินความเข้าใจลูกค้า และความรู้ในด้านดิจิทัล รวมถึง data literacy (ความสามารถในการนำข้อมูลที่มีอยู่ในบริษัทฯ มาใช้ให้เกิดประโยชน์)
"สำหรับกลยุทธ์ Diversification ซึ่ง เอเซีย พลัส ทำมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว มองเห็นความสำคัญของการกระจายรายได้ในผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งเป็นตัวแปรที่บ่งชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตที่แข็งแกร่ง สะท้อนได้จากผลดำเนินงานในช่วงหลายปีที่ผ่านมา บริษัทมีสัดส่วนรายได้ที่มีความสมดุลและทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 ยังคงวางเป้าหมายในการเติบโตอยู่ที่ตัวเลข 2 หลัก (double-digit) ทั้งในแง่รายได้และกำไร"
สำหรับทิศทางการดำเนินงานและเป้าหมายการเติบโตที่แข็งแกร่งในแต่ละธุรกิจของกลุ่มบริษัทเอเซีย พลัส มีดังนี้
- ธุรกิจด้านการลงทุน (บมจ.เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์) วางกลยุทธ์ Increase Investment Capability เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับบริษัท ทั้งในแง่ของการขยายการลงทุนของบริษัทเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีที่สุด ซึ่งบริษัทมีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ หน่วยลงทุน ทั่วโลก รวมถึงการลงทุนหุ้นนอกตลาด และธุรกิจ Startup
- ธุรกิจหลักทรัพย์ (บล.เอเซีย พลัส) ธุรกิจ Wealth Management เป็นหัวหอกในการเติบโตทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อยอดประสบการณ์ของบริษัทฯที่มีในธุรกิจ Wealth management มามากกว่า 17 ปี ซึ่งได้สั่งสมและเรียนรู้ความต้องการของนักลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth) มาอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกตลาดกองทุนรวมเพื่อสร้างฐานรายได้ที่มั่นคงสำหรับในอนาคต รวมทั้งยกระดับบริการ "นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (Broker)" สู่การเป็น "ผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management)" โดยแนวทางดำเนินงานที่สำคัญๆ ได้แก่
- สร้าง Platform ที่มีมาตรฐานเพื่อส่งเสริมการลงทุนที่ตอบโจทย์ตรงตามความต้องการของกลุ่มลูกค้า ซึ่งจะมีเครื่องมือใหม่ๆให้บริการ
- สร้าง Best Omni-Channel Experience โดยการผสมผสานเทคโนโลยี และ Human Touch เพื่อสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ดีและเข้าถึงได้ง่าย สะดวก ปลอดภัยให้แก่ลูกค้าของบริษัท
- ธุรกิจบริหารจัดการทรัพย์สิน (บลจ.แอสเซท พลัส) วางกลยุทธ์มุ่งเน้นการออกผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ๆ ที่มีความแตกต่างจากตลาดโดยรวมในกองทุนที่มีความหลากหลายในแต่ละประเทศ และในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นที่นิยม ที่สำคัญ ที่สุดคือการส่งมอบผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ให้อยู่ในระดับที่ดีถึงดีที่สุดในอุตสาหกรรม ถือเป็นเป้าหมายหมายหลักของธุรกิจกองทุนรวม
- ธุรกิจที่ปรึกษา (บจก.ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส) เป็นอีกบทบาทสำคัญของบริษัทที่เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันการเติบโตทางธุรกิจที่มั่นคงให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate) ซึ่งมีทั้งการระดุมทุนรูปแบบ Private Placement การทำ Merger & Acquisition และการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ลูกค้าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายธุรกิจ
"แม้ว่าในปี 67 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง รวมถึงเศรษฐกิจไทย แต่การวางกลยุทธ์ขับเคลื่อนองค์กรที่ชัดเจน จะผลักดันให้พนักงานและบริษัทในกลุ่มเอเซีย พลัส เดินไปข้างหน้าในทิศทางที่สอดคล้องกัน มุ่งไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ Wealth Management อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรากฐานในสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยังยืน พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย"







