thansettakij
thansettakij
ปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยลดลง 7.94 จุด สัปดาห์หน้าติดตามผลทางการเมือง

ปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยลดลง 7.94 จุด สัปดาห์หน้าติดตามผลทางการเมือง

26 ม.ค. 67 | 10:19 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ม.ค. 67 | 13:39 น.

ดัชนีตลาดหุ้นไทยย่อตัวลงต่อ 0.58% ปิดตลาดที่ระดับ 1368.15 จุด โบรกชี้บรรยากาศลงทุนไม่เป็นใจ จับตาทิศทางทางการเมืองสัปดาห์หน้า (29 ม.ค.- 2 ก.พ. 67) มีผลต่อดัชนี หากเป็นไปในทิศทางที่ดีอาจเห็นดัชนีปรับขยับขึ้นมารับ มองกรอบแนวรับที่ 1355-1340 จุด และแนวต้าน 1380-1400 จุด

ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยวันนี้ (26 ม.ค. 67) ปิดตลาดที่ระดับ 1368.15 จุด ปรับตัวลดลง 7.94 จุด เปลี่ยนแปลง 0.58% โดยราคาเปิดตลาดเช้าวันนี้อยู่ที่ระดับ 1375.76 จุด ซึ่งในช่วงระหว่างวันดัชนีปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1379.89 จุด ก่อนจะปรับตัวลดลงมาทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1364.41 จุด โดยมีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 48,277.69 ล้านบาท

ปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยลดลง 7.94 จุด สัปดาห์หน้าติดตามผลทางการเมือง

นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์และนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมบรรยากาศการลงทุนของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (26 ม.ค.67) ต้องยอมรับว่าอาจไม่ค่อยดีนัก โดยมองว่าปัจจัยที่มีผลกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนหลักๆ มาจากกลุ่มแบงก์ที่ประกาศงบออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ และโอกาสที่แบงก์จะตั้งรองหนี้ด้อยคุณภาพที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความกังวลใจที่ส่งผลมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์นี้

และอีกปัจจัยหนึ่งคือ กลุ่มค้าปลีก ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ยังไม่เห็นความคืบหน้าหรือความชัดเจนในปัจจุบัน  ประกอบกับมาตรการ Easy E-Receipt หรือ โครงการลดหย่อนภาษีประจำปี 2567 ที่มีระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งจุดประสงค์คือภาครัฐต้องการให้เกิดการสนับสนุนการบริโภคในประเทศ ซึ่งถูกประกาศออกมาตั้งแต่ปลายไตรมาส 4/2566 ที่อาจเข้ามาช่วยสนับสนุนการจับจ่ายใช้สอยในช่วงต้นปีนี้ได้ แต่ก็อาจไปชะลอการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีแทน

ทั้งนี้ มองว่าในสัปดาห์หน้า (29 ม.ค.- 2 ก.พ. 67) ยังมีประเด็นสำคัญทางการเมือง ทั้งในเรื่องของ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ถึงสถานภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และเรื่องถัดไป คือวันที่ 31 มกราคม 2567 กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดีหาเสียงของพรรคก้าวไกล ยกเลิก มาตรา 112 ล้มล้างการปกครอง ที่หลายฝ่ายอาจจะกังวลว่าจะถึงขั้นยุบพรรคหรือไม่ ซึ่งหากเป็นในทิศทางที่ดีก็มีโอกาสที่ตลาดจะขานรับเชิงบวก เพราะต่างชาติไม่ชอบการประท้วงหรือลงถนน

โดยมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับไทยได้มากขึ้น เพราะทำให้ความขัดแย้งทางนิติสงครามมาเปลี่ยนสถานะเป็นการต่อสู่กันในรัฐสภาแทน กลยุทธ์การลงทุน ในระยะนี้ให้เลือกลงทุนในหุ้นที่มีกระแสเงินสดดี มีหนี้น้อย และให้ปันผลสูง เนื่องจากตลาดตราสารหนี้ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งที่สำคัญ มีการให้ผลตอบแทนสูงถึง 4-5% เช่น TU MAJOR ADVANC อย่างไรก็ดี มองกรอบแนวรับสัปดาห์หน้าไว้ที่ระดับ 1355-1340 จุด และกรอบแนวต้านที่ระดับ 1380-1400 จุด